"พีระพันธ์" จี้ เปิดเผยโครงสร้างน้ำมันอย่างชัดเจน หลังค่าการกลั่นน้ำมันปรับขึ้นสูงถึง 6.21 บาท/ลิตร ราคานี้มาจากต้นทุนส่วนใด
นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความเห็นกรณีค่าการกลั่นน้ำมันปรับขึ้นสูงถึง 6.21 บาท/ลิตร ว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนรับรู้ได้และตั้งคำถามได้ ซึ่งเรียกร้องให้มีการเปิดเผยโครงสร้างอย่างชัดเจนว่าค่าการกลั่นดังกล่าวมาจากต้นทุนส่วนใด เหตุใดจึงอยู่ในระดับกว่า 6 บาท/ลิตร ทั้งที่น้ำมันเบนซินและดีเซลผ่านกระบวนการกลั่นร่วมกัน
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ค่าการกลั่นในทางธุรกิจอาจหมายถึง “กำไรขั้นต้น” มากกว่าต้นทุนจริง ที่ควรแยกให้ชัดเจนว่า ค่าใช้จ่ายในการกลั่นที่แท้จริงคืออะไร ไม่ใช่เพียงนำตัวเลขมาอธิบายโดยที่ประชาชนตรวจสอบไม่ได้
มองว่ารัฐบาลไม่ควรปล่อยให้ค่าการกลั่นปรับสูงขึ้น และถึงเวลาที่ต้องใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเข้ามาช่วยลดภาระประชาชน แม้จะต้องยอมลดรายได้ของรัฐ ย้ำว่าไม่ควรหารายได้บนความเดือดร้อนของประชาชน
ส่วนมาตรการตรึงราคาดีเซลที่ 29.94 บาทต่อลิตร ยังไม่ใช่การ “ตรึงราคา” แต่เป็นการใช้เงินจาก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปชดเชยส่วนต่าง ขณะที่ราคาน้ำมันจริงยังปรับขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสุดท้ายภาระดังกล่าวก็ยังตกอยู่กับประชาชน
พร้อมเสนอให้รัฐบาลใช้ พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อ “ตรึงราคา” อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องชดเชยล่วงหน้า แต่ให้พิสูจน์ต้นทุนหากผู้ประกอบการขาดทุนแล้วจึงพิจารณาช่วยเหลือ พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้จึงถูกใช้เพียงเพื่อควบคุมการส่งออก แต่ไม่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาราคาน้ำมันในประเทศ
ส่วนแนวคิดการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน มองว่าสุดท้ายก็เป็นภาระที่ประชาชนต้องชำระคืนอยู่ดี และไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง
และยังแสดงความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำมันในประเทศ ระบุว่าไทยไม่มี น้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ มีเพียงน้ำมันสำรองของภาคเอกชนตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการสำรองเพื่อการค้า ไม่ใช่เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน และประเมินว่าน้ำมันสำรองจริงอาจเพียง 20–21 วันเท่านั้น
โดยขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่รัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นว่า น้ำมันมีเพียงพอต่อการใช้งาน พร้อมบริหารสถานการณ์ให้ชัดเจน เพราะปัจจุบันประชาชนจำนวนมากเริ่มรู้สึกถึงภาวะขาดแคลนแล้ว