“พาณิชย์” สั่งคุมเข้มทั้งระบบ สกัดขึ้นราคาสินค้า–ห้ามกักตุน ฝ่าฝืนโทษหนักสูงสุดจำคุก 7 ปี
.
วันนี้ (18 มี.ค.69) นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการรองรับทั้งด้านราคา และปริมาณสินค้า เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ซึ่งต้องมีเพียงพอต่อความต้องการ และมีราคาที่เหมาะสมทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ผลิต
.
โดยได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการเป็นรายวัน เฝ้าระวังและป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควร หรือการกักตุนสินค้า พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงพลังงาน ผ่านกลไกคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
.
หากตรวจพบการกระทำผิด เช่น การขึ้นราคาไม่สอดคล้องกับต้นทุน กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเด็ดขาด โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
.
ส่วนของภาคเกษตร นางสาวกนิษฐา ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการลดต้นทุนปุ๋ย ตอนนี้มีสต็อกเพียงพอใช้ถึงเดือนพฤษภาคม และยังสามารถควบคุมราคาได้ พร้อมเร่งหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรปรับสูตรปุ๋ย ใช้วัตถุดิบนำเข้าน้อยลง และหันมาใช้อินทรีย์มากขึ้น พร้อมมีแผนขยายโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” ให้ครอบคลุมช่วงความต้องการสูงในฤดูเพาะปลูกสำคัญ ระหว่างเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของเกษตรกร
.
กระทรวงพาณิชย์ ขอยืนยันว่า ปัจจุบันสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีปริมาณเพียงพอทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนบริโภคอย่างเหมาะสม ไม่กักตุน เพื่อให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างทั่วถึง หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่ตรงตามป้ายราคา หรือมีการตั้งราคาสูงเกินจริง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
.