ทวี ชงรัฐผลักดัน ดีเซล B40 หยุดวงจรหนี้ รื้อโครงสร้างพลังงาน คืนอธิปไตยให้เกษตรกรไทย

ทวี ชงรัฐผลักดัน ดีเซล B40 หยุดวงจรหนี้ รื้อโครงสร้างพลังงาน คืนอธิปไตยให้เกษตรกรไทย

View icon 26
วันที่ 18 มี.ค. 2569 | 16.20 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทวี ชงรัฐผลักดัน “ดีเซล B40” แก้วิกฤตินำมัน เปลี่ยน “น้ำมันใต้ดิน” เป็น “น้ำมันบนดิน” หยุดวงจรหนี้ ลดภาระงบประมาณชดเชย รื้อโครงสร้างพลังงาน คืนอธิปไตยให้เกษตรกรไทย

วันนี้ (18 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Tawee Sodsong – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ระบุว่า หยุดวงจรหนี้พลังงาน คืนอธิปไตยให้เกษตรกรไทยด้วย “ดีเซล B40”

ท่ามกลางวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือน มี.ค.69 นี้ ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่ต้องแบกรับค่าครองชีพ และความบิดเบือนของ “ราคาน้ำมัน 3 มาตรฐาน” ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจฐานรากของเรา ทำไมเราต้องจ่ายน้ำมันดีเซลแพง

1. หน้าปั๊ม 30-33 บาท : ที่ดูเหมือนถูก แต่เป็นการ “กู้เงินอนาคต” มาชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันที่ติดลบมหาศาล ทิ้งหนี้ไว้ให้ลูกหลานไทย

2. ภาคอุตสาหกรรมประมาณ 40-50 บาท : ที่ปล่อยลอยตัวจนต้นทุนสินค้าพุ่ง กระทบปากท้องคนจนทั้งประเทศ และรัฐต้องประกาศให้ "ราคาหน้าคลังน้ำมันทุกแห่งเท่ากันทั่วไทย" เช่นเดียวกับราคาหน้าปั๊ม ไม่ใช่ให้กำหนดราคาเองอย่างที่ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหาทุกวันนี้

3. น้ำมันเขียวประมง ประมาณ 40-50 บาท : ที่ทำให้พี่น้องชาวประมงต้องจอดเรือทิ้ง เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหวและมีผลกระทบต่ออาชีพประมงอย่างรุนแรง

ทางออกที่เป็นธรรม : บทเรียนจากอินโดนีเซียสู่ “ไทย B40” เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา อินโดนีเซียประกาศเตรียมขยับสู่ B50 (ผสมน้ำมันปาล์ม 50%) เพื่อสู้กับวิกฤตน้ำมันโลก

ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดัน “ดีเซล B40“ เพื่อเปลี่ยนจาก “น้ำมันใต้ดิน” ที่เราคุมราคาไม่ได้มาเป็น “น้ำมันบนดิน” จากหยาดเหงื่อเกษตรกรไทย อย่างน้อยประโยชน์ 3 ต่อ เพื่อคนไทยทุกคน

1. คืนความเป็นธรรมให้เกษตรกร เงินทุกบาทที่เคยไหลออกไปหาบริษัทน้ำมันต่างชาติ จะถูกเปลี่ยนมาเป็นรายได้ตรงสู่มือ “ชาวสวนปาล์ม” ทั่วประเทศ พยุงราคาและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มที่การปลูกได้ขยายขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 3 ล้านไร่เพิ่มเป็นเกือบ 6 ล้านไร่ในปัจจุบัน

2. ลดภาระงบประมาณชดเชย ยิ่งผสมปาล์มมาก ต้นทุนเนื้อน้ำมันยิ่งต่ำลง รัฐไม่จำเป็นต้องกู้เงินแสนล้านมาตรึงราคาหนี้ให้ลูกหลาน เราสามารถยืนราคา 32-33 บาทได้ด้วยตัวเราเอง

3. ราคาเดียวเพื่อคนทำมาหากิน เมื่อต้นทุนต่ำลง เราจะสามารถดึงราคา “น้ำมันประมง” และ “น้ำมันโรงงาน” ลงมาอยู่ในระดับที่ยุติธรรม ช่วยลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้พี่น้องประชาชนได้ทันที

การแก้ปัญหาน้ำมันต้องไม่ใช่แค่การ “ตรึงราคาไปวันๆ” แต่ต้องเป็นการ “รื้อโครงสร้าง” ที่เอาเปรียบประชาชน เราต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยมือของคนไทยเอง เพื่อให้วิกฤตสงครามครั้งนี้ กลายเป็นโอกาสทองของเกษตรกร และเป็นความสุขที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง