คุมตัว “เสือปิ่น เสือโคร่งวัยชรา” หลังกัดหมูชาวบ้านตาย 8 ตัว

คุมตัว “เสือปิ่น เสือโคร่งวัยชรา” หลังกัดหมูชาวบ้านตาย 8 ตัว

View icon 45
วันที่ 19 มี.ค. 2569 | 09.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมอุทยานฯ คุมตัว “เสือปิ่น เสือโคร่งวัยชรา” หลังออกนอกป่าหากินในชุมชน จ.กำแพงเพชร  กัดหมูชาวบ้านตายไป 8 ตัว เตรียมส่งพักฟื้นห้วยขาแข้งถาวร หวั่นเกิดอันตรายต่อตัวเสือเอง

(18 มีนาคม 2569)  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงความสำเร็จปฏิบัติการควบคุมตัว “เสือโคร่งปิ่น” (HKT236F) เสือโคร่งเพศเมียวัยชรา หลังออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ล่าสัตว์เลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร ซ้ำเป็นครั้งที่สอง เตรียมยกระดับการดูแลในกรงมาตรฐานถาวรเพื่อความปลอดภัยของชุมชน พร้อมขานรับนโยบายเร่งด่วนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ทีมวิจัยและสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้ติดตามพิกัดจากปลอกคอดาวเทียมอย่างใกล้ชิด จนสามารถเข้าควบคุมตัวเสือปิ่นได้สำเร็จเมื่อคืนวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้กรมฯ พิจารณาปรับแผนจากการปล่อยคืนสู่ป่า เป็นการเคลื่อนย้ายไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งแทน

ขณะที่นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าเสือปิ่นมีอายุถึง 13 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงปลายวัยตามธรรมชาติ สันนิษฐานว่า ด้วยสภาพร่างกายที่โรยราประกอบกับการถูกเสือรุ่นหนุ่มสาวแย่งชิงอาณาเขต ทำให้ต้องออกมาหากินใกล้ชุมชนและเริ่มล่าสัตว์เลี้ยง การนำมาดูแลในสถานที่มาตรฐาน จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทั้งเพื่อสวัสดิภาพของตัวเสือเองและเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

สำหรับลำดับเหตุการณ์พบว่า เสือปิ่นเริ่มออกนอกเขตป่าตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ แม้เจ้าหน้าที่จะผลักดันกลับคืนสู่ธรรมชาติได้สำเร็จเมื่อวันที่ 4 มีนาคม แต่ต่อมาในวันที่ 13 มีนาคม กลับพบว่า เสือได้ย้อนกลับมาล่าสุกรของราษฎรเสียหายรวม 8 ตัว เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งเข้ากระชับพื้นที่เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างเบ็ดเสร็จ

ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์จะดำเนินการตรวจร่างกายและประเมินพฤติกรรมของเสือปิ่นอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อวางแผนการดูแลในระยะยาว ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า และป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซ้อนในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง