ปล่อย “เสือปิ่น” คืนสู่ผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง

ปล่อย “เสือปิ่น” คืนสู่ผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง

View icon 21
วันที่ 23 มิ.ย. 2569 | 10.52 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ปล่อย “เสือปิ่น” คืนสู่ผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง หลังสร้างวีรกรรมกัดสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านใน จ.กำแพงเพชร เมื่อเดือน มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา แล้วถูกนำตัวมาดูแลรักษาพร้อมฟื้นฟูสภาพร่างกายภายในกรงฯ ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ร่วมกับสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สนธิกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจปล่อย “เสือปิ่น” เสือโคร่งเพศเมีย รหัส HKT236F กลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 22.00 น. ที่ผ่านมา ภายหลังจากการนำตัวมาดูแลรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายในกรงเลี้ยงกึ่งธรรมชาติ ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นเวลากว่า 3 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เสือโคร่งสามารถดำรงชีวิตในป่าธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย และลดผลกระทบต่อชุมชนรอบแนวเขตป่าอนุรักษ์

นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เปิดเผยว่า “เสือปิ่น” เป็นเสือโคร่งเพศเมีย อายุประมาณ 13 ปี มีน้ำหนักแรกรับประมาณ 95 กิโลกรัม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เสือปิ่นได้เดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์มายังบริเวณอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับตัวและนำไปปล่อยคืนป่า ณ หน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แล้ว แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 พบว่าเสือปิ่นได้เดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกครั้ง บริเวณบ้านปางสัก ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ และได้สร้างความเสียหายแก่สัตว์เลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ตำบลแม่เล่ย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และนำตัวเสือปิ่นมาดูแลรักษาพร้อมฟื้นฟูสภาพร่างกายภายในกรงฟื้นฟูฯ ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นมา

ในระหว่างการฟื้นฟูเป็นเวลากว่า 3 เดือน เจ้าหน้าที่ได้จัดการเลี้ยงดูเสือปิ่นภายใต้สภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ เพื่อคงพฤติกรรมตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าและไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด ได้รับการฉีดวัคซีน และได้รับอาหารที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งก่อนดำเนินการปล่อยในครั้งนี้ สัตวแพทย์ได้ทำการรักษาบาดแผลภายนอกจนหายดี ทำการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจวิเคราะห์ และชั่งน้ำหนักล่าสุดพบว่าเสือปิ่นมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 119 กิโลกรัม ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเต็มที่ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เริ่มเคลื่อนย้ายเสือปิ่นออกจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในเวลา 18.00 น. ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และดำเนินการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัยในเวลา 22.00 น.

“การส่งเสือปิ่นกลับคืนสู่ผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้งในครั้งนี้ เป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร งานวิชาการ สัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาสมดุลของระบบนิเวศควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่รอบแนวเขตป่า โดยการปล่อยในครั้งนี้ได้ติดตั้งปลอกคอวิทยุดาวเทียมเพื่อติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่และพฤติกรรมของเสือโคร่งอย่างแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งสัตว์ป่าและชุมชน”

สำหรับขั้นตอนต่อไปภายหลังจากการปล่อยตัว คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเฝ้าติดตามสัญญาณจากปลอกคอร่วมกับการบินอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ตรวจสอบสถานะในทันที เพื่อให้มั่นใจว่าเสือปิ่นมีความปลอดภัยและสามารถปรับตัวได้ดี โดยหลังจากนี้ ทีมงานของกลุ่มงานวิชาการและสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จะยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของเสือโคร่งตัวดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนรอบผืนป่าในการสร้างความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง