เช้านี้ที่หมอชิต - ที่ประชุมสภาฯ 293 เสียง มีมติโหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2
"อนุทิน" นั่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2
สส.พรรคร่วมรัฐบาล ต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2
โดยที่ประชุมสภาฯ เมื่อวาน มีมติเลือก นายอนุทิน ด้วยคะแนน 293 เสียง มีเสียงงูเห่า 1 เสียง จากพรรคประชาชน คือ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี
นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย แม้เป็นฝ่ายรัฐบาล แต่โหวตงดออกเสียง และ 6 เสียงจากพรรคไทยรวมพลัง โหวตเลือก นายอนุทิน ทั้งหมด แม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล
ส่วน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ 119 เสียง ได้รับเสียงจากพรรคประชาชน 118 เสียง และ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อีก 1 เสียง
ขณะที่ พรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ ทั้ง พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี ต่างโหวตงดออกเสียง รวมถึง ประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ 2 ต่างงดออกเสียง รวมงดออกเสียง 86 เสียง จากผู้ลงชื่อเข้าประชุม 498 คน ขาด นายหรั่ง ธุรพล สส.พรรคภูมิใจไทย ลาประชุม และ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 ยังไม่ได้รับรอง
ย้อนไปก่อนการประชุมโหวตเลือกนายกฯ นายอนุทิน ได้เชิญ สส.พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรคเข้าประชุม
นายอนุทิน มั่นใจว่า พรรคร่วมฯ จะดำเนินการในทุกเรื่องได้อย่างราบรื่น และเชื่อว่าจะทำงานร่วมกันโดยไร้ความขัดแย้ง หวังว่าจะอยู่ด้วยกันทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างเต็มที่ นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกคนอย่างเต็มที่
ไล่เรียงบรรยากาศในที่ประชุมสภาฯ นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายอนุทิน เป็นนายกฯ
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกฯ
ก่อนจะให้ สส. อภิปรายคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อ ฝ่ายละ 70 นาที ก่อนทำการลงมติแบบเปิดเผย
นายรังสิมันต์ อภิปรายคนแรกระบุว่า ถ้า นายอนุทิน ยังเป็นนายกฯ ต่อไป เป็นห่วงว่าอาจไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160
โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น อีกทั้งการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มั่นใจว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์
และจากประโยคนี้ทำให้มี สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วง
"กล้าธรรม" ไม่โหวต "อนุทิน" เพราะขี้ลืม
ด้าน นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายว่า พรรคกล้าธรรม ขอใช้สิทธิ์งดออกเสียง เพราะกังวลว่า นายอนุทิน ทำงานมากเกินไป อาจมีภาวะขี้ลืม
แจงงดออกเสียง ไม่ใช่รอร่วมรัฐบาล
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงเหตุผลที่ไม่สามารถสนับสนุน นายอนุทิน เพราะมีคดี ฮั้ว สว. ซึ่งมีผลร้ายแรงถึงขั้นทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และพรรคก็ไม่สามารถสนับสนุน นายณัฐพงษ์ ได้เช่นกัน เพราะตกเป็นผู้ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลเรื่องแก้ไขมาตรา 112
"ณัฐพงษ์" ตัดพ้ออภิปรายครั้งสุดท้าย ?
ด้าน นายณัฐพงษ์ อภิปรายยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการจะจัดตั้งรัฐบาลแข่ง สิ่งที่พวกตนพร้อมน้อมรับคือยอมรับผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา
พวกตนทำวิถีทางการเมืองแบบนี้ วันนี้จึงยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ แต่เชื่อว่าจะช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า
อยากฝากเพื่อนสมาชิก จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำอยู่ พร้อมตัดพ้อว่า ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่จะเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ต่อไป
จากนั้น นายอนุทิน อภิปรายยืนยันว่าจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานร่วมกับ สส.อย่างสุดความสามารถ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน
ขณะนี้แม้มีปัญหาหลายอย่าง แต่ด้วยความร่วมมือของทุกคน รัฐบาลจะบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
จากนั้นได้เข้าสู่การลงมติโหวตนายกฯ ช่วงหนึ่งขณะที่ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย กำลังขานชื่อ นายอนุทิน เป็นนายกฯ
นายอนุทิน ยกมือขึ้นมาทำท่าคล้ายปืน ชี้ไปที่หลังของ นางสาวพิมพ์ภัทรา เพื่อหยอกล้อ
ปชน.ซัด "โสภณ" ไม่รักษาสัจจะ
หลังลงมติเสร็จ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ สั่งปิดการประชุมทันที
แม้ว่าก่อนหน้านี้ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เตรียมเสนอญัตติด่วนเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน
โดย พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กทันทีว่า ประธานสภาฯ สั่งปิดประชุมตอน 13.30 น. ไม่ให้ความสำคัญความเดือดร้อนประชาชนจากราคาน้ำมัน-พืชผลเกษตรตกต่ำ หลัง ปชน. ยื่นญัตติด่วน
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ แถลงกรณีที่ประธานสภาฯ รีบปิดการประชุม ก่อนจะเสนอญัตติด่วนการหารือปัญหาพลังงานว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝั่งรัฐบาลจะปิดประชุม หรือหนีการตรวจสอบหรือไม่ เพราะวิกฤตพลังงานตอนนี้มีส่วนพัวพันกับเรื่องทุจริตคอรัปชัน
เช่นเดียวกับ นายรังสิมันต์ มองว่า ไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ โดย นายโสภณ ระบุมาว่า วันนี้บรรยากาศไม่ดี ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อได้นายกฯ แล้ว ทำเนียบฯ ก็ยกกันมาถึงที่นี่ อดทนสักหน่อยให้ผู้แทนจากหลายจังหวัดสะท้อนปัญหา เพื่อรับมือวิกฤตจะดีกว่าหรือไม่