วันนี้ (20 มี.ค. 69) ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ และ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผบช.ภ.1, พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี , พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี , พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก. สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ร่วมแถลงผลการขยายผลคดีแก๊ง Call Center ซึ่งเป็นเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ
ภายหลังชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ดำเนินการสืบสวนขยายผลจากคดีของ สภ.ปากเกร็ด จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีนและไทยรวม 6 ราย พร้อมเงินสดจำนวน 7 ล้านบาท ขณะร่วมกันถอนเงินสดภายในธนาคารแห่งหนึ่ง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ (6 ก.ย.68) ผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ ถูกคนร้ายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของโรงพยาบาล แจ้งให้ดำเนินการคุ้มครองบัญชีเงินบำนาญ โดยอ้างว่าหากไม่ดำเนินการจะไม่สามารถดูสลิปเงินเดือนได้ พร้อมทั้งขอข้อมูลส่วนตัวและแจ้งว่าจะดำเนินการขอรหัส OTP ให้ล่วงหน้า
ต่อมาเมื่อวันที่ (11 ก.ย.68) คนร้ายได้ติดต่อมาอีกครั้ง อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง ให้ผู้เสียหายแอดไลน์เพื่อรับเอกสาร PDPA ซึ่งมีข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ก่อนหลอกให้เปิดแอปพลิเคชันธนาคารและกรอกข้อมูลตามคำสั่ง
โดยให้ใส่เลขเอกสารแทนหมายเลขบัญชี และกรอกรหัสสาขาแทนจำนวนเงิน ส่งผลให้ผู้เสียหายโอนเงินออกจากบัญชีโดยไม่รู้ตัวรวม 2 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 762,995 บาท เหตุเกิดภายในบ้านพักพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด
ภายหลังทราบว่าถูกหลอก ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความออนไลน์ พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดี จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าการโอนครั้งแรกจำนวน 642,995 บาท เข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาชาวไทย ก่อนมีการถอนเงินสดออกไป 2 ครั้ง รวม 650,000 บาท
ส่วนการโอนครั้งที่สองจำนวน 120,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพของผู้ต้องหาอีกคนหนึ่ง จากนั้นมีการโอนต่อผ่านบัญชีและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หลายทอดไปยังบัญชีของผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวไทยและชาวจีน
นอกจากนี้ยังพบว่าในวันเดียวกันมีผู้เสียหายที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันอีกกว่า 20 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ชุดสืบสวนจึงเร่งตรวจสอบพิกัด GPS จากรายการเดินบัญชีของผู้ต้องหาชาวจีน
จนพบว่ามีการใช้บ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เป็นฐานปฏิบัติการ ก่อนเฝ้าติดตามพฤติการณ์พบว่าผู้ต้องหาจะขับรถไปถอนเงินสดตามธนาคารต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แล้วนำเงินสดไปส่งมอบให้หัวหน้าขบวนการบริเวณปากซอยแห่งหนึ่ง เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ภายในบ้านพักย่านเพชรเกษม
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับและหมายค้น กระทั่งวันที่ (16 มี.ค. 69) ได้วางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 3 ราย ได้แก่ Mr. ZHENQIU CHEN, Mr. SHIXIONG XU และ Ms. CHUQING ZHOU รวมทั้งสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 1 ราย ขณะถอนเงินสดภายในธนาคาร คือ Mr. WANG QINSEN พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 7,000,000 บาท
นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ร่วมขบวนการชาวไทยที่ทำหน้าที่รับเงินสดจากการถอนเงินได้อีก 2 ราย คือ นายซูเซิน ซู ที่บ้านพักหลังหนึ่ง และ น.ส.ธารทิพย์ ที่บ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมร่วมกันขับรถไปถอนเงินสดตามธนาคาร ก่อนนำเงินไปส่งต่อให้หัวหน้าขบวนการ
จากการตรวจค้นบ้านพักและจุดเกี่ยวข้องรวม 3 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ เงินสดรวมกว่า 10,820,360 บาท รถยนต์จำนวน 2 คัน รถจยย. 1 คัน บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 1 หลัง และเครื่องประดับอีกหลายรายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นกว่า 14,000,000 บาท ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินเพิ่มเติม
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน
โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทั้ง 6 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ และตรวจสอบเครือข่ายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง