ชาวบ้านเก็บกุ้ง ขอโทษผู้เสียหาย ขอสังคมให้โอกาส

ชาวบ้านเก็บกุ้ง ขอโทษผู้เสียหาย ขอสังคมให้โอกาส

View icon 303
วันที่ 21 มี.ค. 2569 | 13.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นำชาวบ้านเก็บกุ้ง 32 คน ขอโทษผู้เสียหาย ยอมรับผิดทั้งหมด ขอโอกาสสังคมให้โอกาสพร้อมทำความดีไถ่โทษ ด้านตำรวจเผย คดียังคงเดินหน้าต่อไป เบื้องต้นผู้เสียหายแจ้งยอดความเสียหาย 300,000 บาท  โดยเสนอให้ชาวบ้านจ่ายก่อน 60,000 บาท ที่เหลือทยอยชำระก่อนศาลจะตัดสินคดี

ความคืบหน้า กรณีรถบรรทุกกุ้งยางแตกเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง ในพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง เมื่อคืนวันที่ 16 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 22.45 น. หลังเกิดเหตุมีชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาที่เกิดเหตุและได้เก็บกุ้งของผุ้เสียหายที่บรรทุกมาในรถไป จากทั้งหมดที่บรรทุกมา 120 กล่อง รวม 1,200 กิโลกรัม เหลือเพียง 4 กล่อง รวม 40 กิโลกรัมเท่านั้น แม้ในช่วงที่เกิดการชุลมุนผู้เสียหายและพยานได้พยายามห้ามแต่ไม่เป็นผล จนต้องถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เถิน ในเวลาต่อมา

ล่าสุดวานนี้ (20 มี.ค. 69) พ.ต.อ.กิตติ มาลีหวล ผกก.สภ.เถิน ได้เปิดเผยว่า ได้จัดชุดสอบสวน 4 นาย เพื่อสอบปากคำชาวบ้านรายบุคคล โดยให้เรียกชาวบ้านชุดแรกที่ปรากฏในคลิปจำนวน 14 คน มาสอบปากคำก่อน เพราะมีพยานหลักฐานปรากฏชัดเจน หากสามารถสอบปากคำได้เสร็จ ก็จะส่งสำนวนให้อัยการเพื่อส่งฟ้องก่อนชุดแรก หลังจจากนั้นก็จะเรียกชาวบ้านส่วนที่เหลืออีก 20 คน ตามลำดับของเหตุการณ์ คือ เริ่มจากช่วงเวลาที่เกิดเหตุคือประมาณ 22.45 น. ว่า มีใครเข้าไปช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ และผู้เสียหายได้บอกว่าจะให้กุ้งและได้กุ้งไปจริง ไล่ตามเวลาไปจนถึงช่วงที่เกิดชุลมุนเก็บกุ้งที่ปรากฏตามคลิป จนเสร็จสิ้นทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และทางตำรวจจะได้นำข้อมูลทั้งหมดเขียนในสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป

โดยวันนี้ (21 มี.ค. 69 ) ที่ ห้องประชุม สภ.เถิน อ.เถิน จ.ลำปาง นายคะนอง อิต๊ะปากุล ผญบ.ม.8  และ นายนิคม มะโนปิง กำนันตำบลแม่ถอด นำชาวบ้านรวม 31 คน ที่เข้าไปเก็บกุ้ง มาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมนำกระเช้าเข้าขอโทษผู้เสียหาย และขอน้อมรับผิดในสิ่งที่กระทำลงไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม โดยมี น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู สส.ลำปาง เขต4 เป็นตัวกลางประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนัดผู้เสียหายมาพบกับชาวบ้านในวันนี้ โดยชาวบ้านทุกคนมาด้วยความสมัครใจ

นายคะนอง อิต๊ะปากุล ผญบ.ม.8 ได้เป็นตัวแทนชาวบ้าน ม.8 บ้านแม่เตั๊ยะนอก ต.แม่ถอด ยกมือขอโทษสังคมที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของคนในหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอเถินทั้งหมด และขอโอกาสให้กับชาวบ้านทั้งหมดในการกระทำความดีไถ่โทษในครั้งนี้ โดยระบุว่า หมู่บ้านของตนเองอยู่ติดถนน ปกติจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ต่อจากนี้ก็จะให้ชาวบ้านเป็นจิตอาสา เพื่อทำความดีไถ่โทษ เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะได้ออกมาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

เช่นเดียวกับ นายนิคม มะโนปิง กำนันตำบลแม่ถอด ก็ได้ขอโทษสังคมที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น และทำให้คนทั้งตำบล และ อำเภอถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยบอกว่าจากนี้ก็ได้ให้ผู้ใหญ่บ้านในแต่ละพื้นที่ ซึ่งผู้ที่เข้าไปเก็บกุ้งในจำนวน 32 คน กระจายอยู่ 3 หมู่บ้าน คือ ม.1 ม..2 และ ม.8 ได้ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจชาวบ้านไม่ให้กระทำการในลักษณะนี้อีก แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นแล้วก็ให้เป็นบทเรียน และขอให้สังคมให้อภัย

ทางด้านทนายความของผู้เสียหาย เผยว่าบรรยากาศในวันนี้ก็รู้สึกดี และผู้เสียหายก็เสียหายจริง ซึ่งหากบริษัทฯ ได้รับการเยียวยา ก็จะเป็นประโยชน์กับชาวบ้านในเวลาขึ้นศาล ส่วนการดำเนินคดีก็อยู่ที่พนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่ น.ส.เพ็ญพักตร์ รัตนคำฟู สส.ลำปาง เขต4 เผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกสะเทือนใจ แต่เมื่อชาวบ้านทำผิดสำนึกผิดแล้ว และบางคนเพิ่งทำผิดครั้งแรกก็อยากขอโทษต่อผู้เสียหาย และขอโทษต่อสังคมและชาวลำปาง และอยากขอให้โอกาสกับชาวบ้านเพื่อให้ทำความดีไถ่โทษในครั้งนี้ด้วย

ทางด้าน พ.ต.อ.กิตติ มาลีหวล ผกก.สภ.เถิน ได้เผยว่า ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ชาวบ้านรู้ว่าผิดและมาขอโทษพร้อมยอมรับผิด อย่างน้อยก็จะได้ลดกระแสสังคมลงได้ แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นคนละส่วนกับการดำเนินคดี ซึ่งการดำเนินการสอบสวนขณะนี้ สอบปากคำชาวบ้านไปแล้ว 31 ราย เหลือ 1 ราย ยังอยู่ต่างจังหวัดและจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันจันทร์ ซึ่งทั้งหมดยอมรับสารภาพโดยสมัครใจทุกคน พร้อมเข้าสู่ขบวนการตามกฎหมาย เบื้องต้น ได้แจ้ง 2 ข้อกล่าวหา 1.ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและอยู่ในที่เกิดเหตุ 2.การลักทรัพย์โดยฉกฉวยซึ่งหน้า

เบื้องต้น ทางชาวบ้านได้เจรจากับผู้เสียหาย โดยทางผู้เสียหายได้ชี้แจงค่าเสียหายเบื้องต้นยอด 300,000 บาท โดยเสนอให้ชาวบ้านซึ่งพร้อมใจกันที่จะร่วมกันชำระทั้งหมด โดยเฉลี่ยยอดกัน ขอให้จ่ายค่าเสียหายบางส่วนให้กับบริษัทฯ ก่อน เป็นเงิน 60,000 บาท ส่วนที่เหลือค่อยทยอยชำระก่อนศาลจะตัดสินคดี ซึ่งทั้งนี้พนักงานสอบสวนขอให้ชาวบ้านปรึกษากันและจะได้แจ้งทางบริษัทผู้เสียหายอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง