สหรัฐฯ เริ่มอ่อนท่าที ระงับมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน แต่ยังคงเดินหน้าการโจมตีต่อไป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เริ่มมีท่าทีอ่อนลง โดยระบุว่าเขาอาจพิจารณาลดการโจมตีอิหร่านลง แต่ชาติอื่น ๆ ต้องเข้ามาเป็นฝ่ายคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ไม่ต้องการที่จะหยุดยิง ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการซื้อน้ำมันของอิหร่านที่ตกค้างอยู่ในทะเลเป็นเวลา 30 วัน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า การยกเว้นดังกล่าวจะทำให้มีน้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลก
นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันจากประเทศศัตรูเป็นการชั่วคราวในช่วงเวลาราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (CENTCOM) เปิดเผยภาพวานนี้ (20 มี.ค.) ขณะโจมตีเป้าหมายที่ไม่เปิดเผยตำแหน่งของอิหร่าน โดยเป็นการโจมตียานพาหนะ รวมทั้งเครื่องบิน พร้อมระบุว่า "ศักยภาพของอิหร่านกำลังลดลง"
ขณะที่ มีเพลิงไหม้ที่ทำการทางการทูตของสหรัฐฯ ใกล้กับสนามบินในกรุงแบกแดด ของอิรัก โดยมีควันกลุ่มใหญ่ลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยแหล่งข่าวหน่วยงานความมั่นคงของอิรักเปิดเผยว่าเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดจากการโจมตีด้วยโดรน โดยกลุ่มติดอาวุธ Ashab al-Kahf ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนอิหร่าน ออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าเป็นผู้โจมตีสถานที่ดังกล่าว
ส่วนเมื่อคืนที่ผ่านมา ท้องฟ้าเหนือเขตเวสต์แบงก์ และกรุงเทลอาวีฟ ของอิสราเอล ยังคงส่องสว่างไปด้วยภาพการยิงสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศของอิหร่าน ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังไปทั่วเมือง