วันนี้ (23 มี.ค. 69) ร.ต.อ วรภัทร ศุภสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สามโคก ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ทับคนขับเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้ง จึงเดินทางไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง พร้อมประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม
ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณลานจอดรถหน้าบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นลานหินคลุก พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อนายสังวาลย์ อายุ 55 ปี สภาพศพนอนหงายศีรษะแบนมันสมองและเลือดกระจายพื้น โดยมีรถบรรทุก 6 ล้อจอดฝั่งซ้ายและขวาด้านละคัน
นอกจากนี้บ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามยังได้รับความเสียหายจากรถบรรทุก 6 ล้อ ที่หน้ารถไหลไปกระแทกชนกำแพงบ้านจนได้รับความเสียหายเล็กน้อย
และห่างไปประมาณ 50 เมตร บนถนนในซอยพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว จอดเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ ตรวจสอบพบว่าหน้ารถมีร่องรอยบุบ และที่ล่อหลังขวามีรอยคราบเลือดและเศษมันสมองติดอยู่
จากการสอบถาม น.ส.อรวรรณ อายุ 29 ปี ลูกสาวผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพ่อของของตนเอง ซึ่งก่อนเกิดเหตุพ่อออกมาจากบ้านและก็ได้เดินออกมาเพื่อขยับรถ จังหวะที่สตาร์ทรถ โดยรถน่าจะเข้าเกียร์อยู่ทำให้รถกระตุก ทำให้พ่อร่วงลงมาจากรถ ก่อนที่รถจะไหลไปเรื่อยเรื่อยจนทับที่บริเวณหัว
โดยจังหวะนั้นตนเองอยู่ในบ้าน ซึ่งตนเห็นแล้วว่าพ่อร่วงจากรถตนพยายามวิ่งมาเพื่อช่วยเหลือแต่ก็ไม่ทัน ทำให้ล้อหลังไหลทับพ่อแล้ว แล้วรถก็ได้ไหลพุ่งเข้าไปชน กำแพงหน้าบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จนได้รับความเสียหาย โดยรถคันนี้จอดตั้งแต่เช้าโดยพ่อจะขยับรถเข้าที่เท่านั้นเอง
ทางด้าน นายอภิชาติ เสมาเพชร์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง จุดสามโคก005 ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ตอนนั้นตนเองกำลังออกจากบ้านที่จะไปเข้าเวร ซึ่งตอนนั้นมีรถติดอยู่พอหลังจากรถที่ขยับออกไปได้ตนเองก็เห็นรถ ของผู้เสียชีวิตหน้ารถติดคารั้วประตูบ้านฝั่งตรงข้าม สิ่งที่ความเป็นกู้ภัยฯ จึงได้ลงไปดู ก็พบว่ามีคนนอนอยู่ ตอนแรกคิดว่าเขาเป็นลม แต่พอสักพักก็มีผู้หญิงวิ่งออกมา เมื่อตอนมองดูก็พบว่าหัวแบนแล้ว ตนเองจึงได้ประสานกู้ภัยบางเตยและแจ้งไปยังศูนย์ป่อเต็กตึ๊ง ให้อาสาสมัครเข้ามาตรวจสอบ
ส่วนทางด้าน เจ้าหน้าที่ตร. ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งร่วมกับแพทย์ชันสูตรเบื้องต้น หลังจากนั้นจึงมอบศพให้มูลนิธิฯ นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง