รมว.กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชา เข้าตรวจสอบ “ปราสาทพระวิหาร” อ้างถูกปืนใหญ่-ระเบิดของกองทัพไทย พบเสียหายกว่า 562 จุด กล่าวบาดแผลบนก้อนหินสะท้อนถึงบาดแผลในหัวใจของชาวเขมรทุกคน ขอเร่งอนุรักษ์
วันนี้ (23 มี.ค. 69) สำนักข่าวขแมร์ ไทส์มรายงานว่า ดร.เฟือง สกุณา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา พร้อมคณะและผู้เชี่ยวชาญ ได้เข้าตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ “ปราสาทพระวิหาร” หลังได้รับความเสียหายจากความขัดแย้งทางอาวุธระหว่าง ไทย-กัมพูชา เมื่อปีที่แล้ว
โดย ดร.เฟือง สกุณา ระบุว่า ได้ตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปืนใหญ่และการทิ้งระเบิดของกองทัพไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมและธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งรายงานเบื้องต้นจากหน่วยงานแห่งชาติระบุว่ามีจุดที่เสียหาย 562 จุด แต่หลังจากที่เข้าตรวจสอบเมื่อวันเสาร์ (21 มี.ค. 69) ที่ผ่านมา พบว่า ความเสียหายที่ได้รับจริงนั้นรุนแรงกว่าที่รายงานเบื้องต้นหลายร้อยเท่า ซึ่งคณะผู้เชี่ยวชาญต่างแสดงความตกใจต่อความรุนแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น
ทาง ดร.เฟือง สกุณา กล่าวว่า บาดแผลแต่ละรอยบนก้อนหินของปราสาทพระวิหารนั้น สะท้อนถึงบาดแผลในหัวใจของชาวกัมพูชาทุกคน และทุกประเทศมีหน้าที่ต้องปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม โดยอ้างถึงอนุสัญญามรดกโลกและอนุสัญญากรุงเฮกเพื่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ซึ่งห้ามโจมตีสถานที่ทางวัฒนธรรม
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี (19 มี.ค. 69) ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาพระวิหาร ได้จัดการประชุมครั้งที่ 11 เพื่อแก้ไขปัญหาความเสียหายของปราสาทพระวิหาร โดยมีตัวแทนจากจีนกับอินเดียเป็นประธานร่วมด้วย
ก่อนการประชุม ทางผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินความเสียหายที่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำมาตรการเร่งด่วน ซึ่งรวมถึงการเสริมความมั่นคงของโครงสร้าง การจัดทำเอกสาร และการปรับปรุงความปลอดภัยในหลายพื้นที่ และผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และตรวจสอบบริเวณฐานของปราสาท หลังการประชุม ประเทศสมาชิกและผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศได้ให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อความพยายามในการอนุรักษ์ของกัมพูชา