น้ำมันดิบในตลาดดูไบสูงขึ้น 125% ก.พลังงาน เผยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ยันบริหารราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศให้มั่นคง ลดภาระ ปชช. เพิ่มแรงจูงใจให้หันมาใช้ E20 มากขึ้น
วันนี้ (23 มี.ค.69) นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อวันที่ 20 มี.ค.69 ราคาน้ำมันดิบในตลาดดูไบอยู่ที่ 185 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือว่าสูงกว่าก่อนมีเหตุการณ์ถึง 125% ทำให้กระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้ใช้มาตรการที่มีอยู่ทั้งการใช้เงินในกองทุนเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยราคาน้ำมันในประเทศไม่ให้ผันผวนและส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E10 อยู่ที่ 33.5 บาทต่อลิตร นอกจากนี้รัฐบาลยังส่งเสริมให้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศคือไบโอดีเซลปรับผสมเป็น B7 และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 มากขึ้น
นายวัชรินทร์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศอาเซียนพบว่ามีการปรับราคาทั้งน้ำมันดีเซลและเบนซินอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศมาเลเซีย มีการปรับราคาขายน้ำมันดีเซลขายปลีก 64 % เบนซิน 34 % ประเทศเวียดนามปรับขึ้นน้ำมันดีเซล 53 % น้ำมันเบนซิน 39 % และประเทศสิงคโปร์เพิ่มราคาน้ำมันดีเซล 40 % และ เบนซิน 26 %
อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลขอิงไทยอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 38 -39 บาทต่อลิตร หากเทียบสถานการณ์ราคาขายปลีกในปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีราคาน้ำมันต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน
นายวัชรินทร์ ระบุอีกว่า กระทรวงพลังงานยังมุ่งเน้นบริหารราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศให้มั่นคงสามารถลดภาระของประชาชนอย่างต่อเนื่อง