สนามข่าว 7 สี - ติดตามอย่างต่อเนื่องกับการดำเนินคดีคนที่กักตุนน้ำมัน โก่งราคา ซ้ำเติมความเดือดร้อนประชาชนที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน หลังจบเรื่องการเปรียบเทียบปรับในท้องที่ จังหวัดอ่างทอง ไปแล้ว ก็เป็นคิวของตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีนี้ต่อ
เป็นตอนที่ นายก้องเกียรติ กิตติคุณ "พลังงานอ่างทอง" พบหลักฐานว่า "บริษัทที่ 1" มีการดำเนินการไม่ถูกต้อง จึงแจ้งความเอาผิด และในวันเดียวกันก็ยังดำเนินการเปรียบเทียบปรับ "บริษัทที่ 2" ที่จัดเก็บเอกสารไม่ดี ไม่สามารถหา "ใบกำกับขนส่ง" มาแสดงได้ทั้งหมด แม้ว่าผลการดำเนินการในจังหวัดอ่างทองจะมีผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้
แต่การให้ปากคำกับตำรวจ บก.ปคบ. เพื่อพิจารณาเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง "พลังงานอ่างทอง" บอกว่า ได้แจ้งข้อเท็จจริงไปแล้วว่าพบอะไร ไม่พบอะไร การจะบอกว่าเป็นความผิดหรือไม่ ก็ต้องให้เป็นดุลยพินิจตำรวจ ซึ่งประเด็นใบกำกับการขนส่งมีทั้งที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ตั้งแต่วันที่ตรวจค้น และที่บริษัทคลังน้ำมันนำมายื่นให้เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ยืนยันทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน
ต่อมาตัวแทน "บริษัทน้ำมันที่ 1" ที่เป็นผู้ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่น และขายต่อให้กับ "บริษัทที่ 2" ซึ่งเป็นคลังเก็บน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ยืนยันว่า "บริษัท" มีการออก "ใบกำกับการขนส่ง" อย่างถูกต้อง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ "บริษัทที่ 2" และขายน้ำมันตามราคาที่รับมา ไม่ได้ขายน้ำมันแพง หรือบวกกำไรเกินควรแต่อย่างใด
ทั้งนี้ การซื้อขายน้ำมันกับคลังดังกล่าวตลอด 10 กว่าปี ไม่เคยมีปัญหา ออกใบกำกับการขนส่งให้ทุกครั้ง ส่วนที่ผู้รับมีการนำไปขายต่อหลายทอด ก็จะออกใบกำกับการขนส่งแบบสลักหลังให้ว่าจะไปส่งที่ไหนตามข้อกำหนดของ กรมธุรกิจพลังงาน โดยคลังน้ำมันดังกล่าวจะติดต่อซื้อน้ำมันกันทุก ๆ 2-3 วัน ครั้งละประมาณ 30,000 ลิตร ส่วนผลตรวจน้ำมันออกมาไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการซื้อน้ำมันมาจากหลาย ๆ เจ้า
วันนี้ ผู้ที่ถูกออกหมายเรียกจะนำเอกสาร "ใบกำกับการขนส่ง" มาชี้แจงกับตำรวจ บก.ปคบ. หรือไม่ ซึ่งตำรวจยังมีธง 4 แนวทาง เพื่อพิจารณาว่าสุดท้ายแล้วต้องดำเนินคดีหรือไม่อย่างไร