ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ที่ชายชาวลาว อายุ 26 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมแฟนสาว เสียชีวิตในห้องพักแล้วแยกชิ้นส่วนศพไปทิ้งในคลองประปา เจ้าตัวถูกจับกุมได้แล้ว
เปิดไทม์ไลน์ ชายชาวลาวฆ่าหั่นศพแฟนสาว
ช่วงค่ำเมื่อวานนี้ ญาติ "นางสาวแอม" พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย และตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุใกล้โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ในพื้นที่ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หลังต้องสงสัยว่ามีชิ้นส่วนมนุษย์ถูกนำมาโยนทิ้งไว้ในคลอง พุ่มหญ้า และซอกกำแพง นับรวมได้ 6 ถุง ก่อนที่แพทย์นิติเวช จะเปิดออกดูพบเป็นชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ มีร่องรอยถูกตัด บาดแผลไม่เรียบ ลักษณะฉีกขาด
ก่อนหน้านี้ นายเดช ชาวลาว อายุ 26 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ว่า นางสาวแอม น้องสาวหายตัวไป และสงสัยว่าถูก นายต้อม แฟนหนุ่มฆ่าหั่นศพ เนื่องจากไปยังที่พักน้องสาว ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 พบกลิ่นเหม็นคาว และตัว นายต้อม ก็ไม่อยู่ในห้องพัก
จากนั้น ชุดสืบสวนก็ออกติดตามเบาะแส จนพบภาพพฤติกรรมต้องสงสัยของ นายต้อม และจากภาพกล้องวงจรปิด พบว่า นางสาวแอม ที่เดินเข้าไปในห้องพักกับ นายต้อม ก็ไม่กลับออกมาอีกเลย
เมื่อไล่เรียงตามลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง พบข้อเท็จจริงว่า ประมาณ 07.30 น. วันที่ 22 มีนาคม นายต้อม กับแฟนสาว ได้เข้าไปในห้องพัก ที่อยู่ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 14 แล้ว ช่วงเย็นประมาณ 18.30 น. แอม ถึงได้ โทร.ไปขอความช่วยเหลือกับ นายเดช พี่ชาย ระหว่างนั้นจากภาพจะเห็นแค่ นายต้อม เป็นคนเดียวที่เดินเข้า ๆ ออก ๆ ห้องพัก
และช่วงที่พบพิรุธก็เริ่มตั้งแต่ 22.00 น. ของวันที่ 22 มีนาคม ที่เขาเริ่มถือถุงดำเข้าไปในห้อง แล้วก็เดินเข้า ๆ ออก ๆ จนถึงเที่ยงคืน แล้วอีกทีตอน 04.00 น. เศษ ๆ ที่ออกจากห้องไปพร้อมกระเป๋าเป้ ส่วน นายเดช มาหา นายต้อม ที่ห้องพักตอนประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 23 มีนาคม
ตอนนั้น นายเดช เอะใจแล้วว่า นายต้อม น่าจะทำร้ายแฟนสาว แต่ นายต้อม อ้างกับ นายเดช ว่าน้องสาวหนีหายไป แถมยังหว่านล้อมให้ช่วยเอาของไปทิ้งด้วย เลยออกอุบายถ่วงเวลา แล้วแอบไปแจ้งความกับตำรวจ ตอนใกล้ ๆ 20.00 น. จังหวะนั้นที่ นายต้อม ได้เก็บของหลบหนี เพราะกลับมาอีกทีก็ไม่เจอตัวแล้ว
กระทั่งประมาณ 17.30 น. ตำรวจ ตม.จังหวัดหนองคาย ได้สกัดจับตัว นายต้อม ได้ขณะยื่นเอกสารขอเดินทางข้ามไป สปป.ลาว จึงพาตัวไปสอบสวน และสอบเค้นถึงมูลเหตุที่ลงมือฆาตกรรม ซึ่งเจ้าตัวก็อ้างว่า มีเรื่องทะเลาะกันเพราะหึงหวงแฟนสาว ที่ทำงานในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยืนยันว่า ไม่ได้ลงมือฆ่าแฟนสาว แต่เป็นแฟนสาวที่ทำร้ายตัวเองเสียชีวิต ส่วนเหตุที่ต้องอำพรางศพ ก็เพราะกลัวคนอื่นเข้าใจผิด
ผู้ต้องหาว่าแบบนี้ ก็ลงบันทึกคำให้การไว้ก่อนประสาน สน.ทุ่งสองห้อง มารับตัวกลับไปดำเนินคดี แต่ก็มามีปัญหาอีก เพราะระหว่างที่ ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ขับรถกระบะมุ่งหน้าไปจังหวัดหนองคาย เพื่อรับตัวกลับมากรุงเทพฯ ปรากฏไปประสบอุบัติเหตุรถถตกข้างทาง ช่วงตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ทำให้ตัวรถเสียหายด้านซ้าย แต่ก็มีภาพยืนยันว่าตำรวจที่เดินทางไปด้วยกัน 3 นาย ปลอดภัย
คาดคุม ต้อม ถึงกรุงเทพฯ เย็นวันนี้
ทีมข่าว 7HD สอบถามความคืบหน้าคดีนี้ พันตำรวจเอก ยุทธศิลป์ การินทร์ ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง บอกว่า ผู้ต้องหาคาดจะถูกคุมตัวมาถึงกรุงเทพฯ ในช่วงเย็น หรือค่ำวันนี้ เพราะเพิ่งให้ตำรวจอีกชุดออกเดินทางไปรับตัวเมื่อช่วงเช้า ขณะที่พนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำญาติผู้เสียชีวิต และญาติของผู้ก่อเหตุไว้แล้ว ส่วนที่ นายต้อม อ้างกับตำรวจ ตม.หนองคาย ว่าแรงจูงใจเกิดจากความหึงหวง ก็ต้องมีการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกที
ขณะที่ นางสาวติ้ง พี่สาวของผู้ก่อเหตุ เดินทางมารอเจอหน้าน้องชาย เล่าให้ฟังว่าไม่รู้น้องชายกับแฟนสาว มีปัญหาบ่อยแค่ไหน แต่หลังทราบเรื่องก็พยายามติดต่อน้องชายมาตั้งแต่ก่อนถูกจับกุมแล้ว แต่น้องไม่ตอบ ยืนยันว่าถ้าน้องชายทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย และอยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต เพราะส่วนตัวก็เห็นว่าการก่อเหตุแบบนี้ โหดเหี้ยมเกินไปจริง ๆ
ขณะที่ ทีมข่าว 7HD อีกทีม ลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุที่หอพัก ได้พูดคุยกับ นางเรือน อายุ 55 ปี แม่บ้านประจำอะพาร์ตเม้นต์ บอกทั้ง 2 คน เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ 2 เดือนกว่า เท่าที่เห็นก็พบว่าทั้งคู่รักกันดี ไม่เคยได้ยินเสียงทะเลาะกัน หรือมีปัญหาอะไรกันมาก่อน โดยฝ่ายชายดูเป็นคนนิ่ง ๆ ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล เวลาเลิกงานก็จะไปรอฝ่ายหญิงเพื่อรอเดินกลับห้องพักพร้อมกัน ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้านแถวนี้มาก เพราะไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องในละแวกนี้ และส่วนตัวก็ยอมรับตรง ๆ ว่าไม่กล้าขึ้นไปทำความสะอาดที่ชั้น 4 เพราะรู้สึกกลัว และทางอะพาร์ตเม้นต์ ก็ยังเตรียมจะนิมนต์พระมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตด้วย
ทั้งนี้มีรายงานว่าชิ้นส่วนศพของผู้เสียชีวิตถุงที่ 7 และ 8 ได้ทิ้งไว้ที่ถังขยะหน้าที่พัก ซึ่งจากการตรวจสอบ ยังพบว่าในวันเกิดเหตุ มีรถขยะมาเก็บขยะออกไป ซึ่งชุดสืบสวนก็ต้องไปติดตามหารถขยะ และถุงใส่ชิ้นส่วนศพอีก 2 ถุง ว่าถูกนำไปทิ้งไว้ที่ใด เพื่อนำกลับมาประกอบการดำเนินคดี