เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตำรวจคุมตัวคนงานอู่ซ่อมเรือ ทำแผน หลังก่อเหตุฆ่าหั่นศพอำพรางเพื่อนร่วมงาน พี่ชายผู้ตายร่ำไห้ตะโกน "โทรตาม หลอกเพื่อนมาฆ่าทำไม" ผู้ต้องหาสวนกลับทันทีแบบไม่รู้สำนึกว่า "ไม่ได้ให้มา เขามาหาผมเอง"
หลังนายรณกฤต อายุ 48 ปี ก่อเหตุสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพอำพราง ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
ล่าสุด วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สนามชัยเขต ควบคุมตัวนายรณกฤต จะพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นาทีที่เผชิญหน้ากัน พี่ชายของนายบุญเลิศ ผู้ตาย ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ถึงกับอดกลั้นไม่ไหว ตะโกนใส่ผู้ต้องหาว่า "หลอกเพื่อนมาฆ่าทำไม" โทรตาม โทรเรียกให้มาหา เพื่อจะฆ่า หลักฐานมีหมดในโทรศัพท์มือถือ หลอกได้กระทั่งตน ด้านนายรณกฤตก็ยังปฎิเสธบอกว่า "ไม่ได้ให้มาหา เขามาหาผมเอง" เจ้าหน้าที่เลยเร่งควบคุมตัวไปทำแผนยังจุดเกิดเหตุ
ไทม์ไลน์คดีโหดเหี้ยม เริ่มต้นเมื่อ 21 กรกฎาคม บุตรสาวของนายบุญเลิศ อายุ 51 ปี ชาวอุบลราชธานี เข้าแจ้งความว่าพ่อตนสูญหายที่ สภ.แปลงยาว กระทั่ง 23 กรกฎาคม 2569 ชาวบ้านไปถางหญ้าพบชิ้นส่วนท่อนแขนของมนุษย์ ถูกของมีคมหั่นตัด กลางป่ายูคาลิปตัสบ้านโป่งนกเป่า อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่เขตติดต่อตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ตำรวจ สภ.แปลงยาว จึงนำทีมชุดสืบสวนลงพื้นที่ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
หลังพบเบาะแสชิ้นส่วนศพ ไม่ทันครบ 24 ชั่วโมง ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 2 บุกจับกุมผู้ต้องหาคือ นายรณกฤต อายุ 48 ปี ซึ่งทำงานอู่ต่อเรือ ที่เดียวกับผู้ตายได้ในพื้นที่ ตำบลบางตีนเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีด ซึ่งเชื่อว่าเป็น อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ตั้งวงกินเหล้ากับผู้ตาย แล้วเกิดอาการพูดจาไม่เข้าหู ทะเลาะวิวาทกัน ตนจึงโมโหใช้ไม้ตีนายบุญเลิศจนเสียชีวิต จากนั้นนำศพขึ้นรถพ่วงข้างไปทิ้งในป่ายูคาลิปตัส พื้นที่ ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต ก่อนจะชำแหละร่าง เพื่ออำพรางคดี และนำชิ้นส่วนอวัยวะไปทิ้งในหลายจุด
ด้านบุตรสาวของผู้เสียชีวิต เฝ้าติดตามการทำแผนด้วยความเศร้า เสียใจ ร้องไห้ตลอดเวลา ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมาสูญเสียพ่อ แบบไม่ทันได้สั่งเสีย ร่ำลา ไม่เข้าใจฆาตกรโหด เป็นเพื่อนกับพ่อแท้ ๆ ทำไมมาฆ่ากันได้ลงคอ หนำซ้ำพฤติการณ์โหดเหี้ยมเกินจะรับไหว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้รวบรวมชิ้นส่วนศพ ส่งตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมเร่งค้นหาชิ้นส่วนร่างกายที่ยังสูญหาย คือ ขาทั้งสองข้างและแขนซ้ายอีก 1 ข้าง
ผลการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาพบสารเสพติด หลังทำแผนเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังต่อศาล แจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายโดยเจตนา และซ่อนเร้น อำพราง ทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย