กระทรวงพาณิชย์ ลุยตรวจร้านก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง ราคายังปกติ ส่วน หมู-ไก่สด ราคาขึ้น 10 บาท จ่อเพิ่มสินค้าควบคุม รวมเป็น 71 รายการ พร้อมเอาผิดร้านค้า ไม่ปิดป้ายราคา 14 ราย - ราคาไม่ตรงป้าย 3 ราย
วันนี้ (25 มี.ค.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนว่า จากการลงพื้นที่ของพาณิชย์จังหวัดทั้ง 16 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกับพลังงานจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 5 - 24 มี.ค.69 รวมทั้งสิ้น 2,726 แห่ง แบ่งเป็นสถานีน้ำมัน 1,650 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 แห่ง ตลาดห้างค้าปลีก 57 แห่ง ตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี 2542 ใน 9 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 14 ราย พบการกระทำความผิด คือ ไม่ปิดป้ายประกาศราคาสินค้า โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบค่าปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนการติดตามเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1,569 รวมทั้งสิ้น 372 คำร้อง ตรวจพบไม่ติดป้ายราคา 14 ราย ราคาไม่ตรงป้าย 3 ราย ติดป้ายไม่ชัดเจน 1 ราย ไม่พบการกระทำความผิด 119 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 235 คำร้อง และมีการร้องเรียนอีก 33 คำร้อง ที่จำหน่ายสินค้าเกินราคาสมควร ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ราคาต้นทุนตามข้อเท็จจริง และจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ และส่วนกลางรวมถึงผู้บริหาร เพื่อติดตามสถานการณ์ทั้งราคาและปริมาณสินค้าในตลาดพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อปรับมาตรการให้สอดคล้องในการให้ความช่วยเหลือลดค่าครองชีพ และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ พบ 2 ส่วน คือปริมาณสินค้าตรวจพบว่ามีความเพียงพอ และส่วนที่ 2 คือระดับราคาสินค้า อยู่ในระดับทรงตัว โดยเฉพาะอาหารจานเดียวก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง แต่ก็มีในส่วนที่ปรับเพิ่มตามโครงสร้างของราคาสินค้า เช่น เนื้อสุกร ไก่ ไข่ไก่ ปรับขึ้นตามต้นทุน ทั้งค่าขนส่งและวัตถุดิบ
ส่วนบรรจุภัณฑ์ ถุงพลาสติก ปรับขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากการลงพื้นที่ของกระทรวงพาณิชย์ มีการปรับมาตรการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและต้นทุน โดยขยายพื้นที่จำหน่ายสินค้าธงฟ้าให้มากขึ้น และการลดต้นทุนมีมาตรการธงเขียว ลดราคาปุ๋ย โดยจะทำงบประมาณให้มากขึ้น และความถี่มากขึ้น มีการขยายพื้นที่มากขึ้น
ขณะที่อีกส่วนคือ "ไทยช่วยไทย" เชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะนำเสนอสินค้า และมาตรการกำกับดูแลเจรจา เพื่อตรึงราคาสินค้าที่จำเป็น ไม่ให้ราคาสินค้าและต้นทุนนั้นสูงเกินไป
นายนันทพงษ์ ยังระบุอีกว่า บ่ายวันนี้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาสินค้าควบคุมเพิ่มอีก 12 รายการ ตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ เช่น น้ำขวด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุน ซึ่งจากเดิมมี 59 รวมเป็น 71 รายการ
โดยสินค้าที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนที่จะขึ้นราคา ซึ่งแต่เดิมมี 8 รายการ จะเพิ่มอีก 13 รายการ รวม 21 รายการ อาทิ กระดาษชำระ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ แชมพู ซึ่งหากได้รับการอนุมัติภายใต้ กกร.ก็จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 31 มี.ค.นี้
ส่วนบางพื้นที่ปรับขึ้นของราคาสินค้า แต่ในกระทรวงพาณิชย์อาจยังไม่เข้าไปตรวจสอบอย่างทั่วถึง นายนันทพงษ์ ระบุว่า ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น หากดูในตลาดจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนอาหารสดเช่น ไก่ หมู เพิ่มประมาณ 10 บาท เกิดจากราคาโครงสร้างราคาต้นทุน เช่น พลังงาน และค่าขนส่ง และส่วนที่เหลือ 2 น้ำมันขวด มีอยู่ 2 ระดับ ระดับที่ 1 คือ ระดับที่เพิ่มขึ้นตามยี่ห้อ และระดับที่ 2 คือ คุณภาพคงเดิม แต่ราคาที่ได้ระดับ 40-50 บาท และส่วนที่ 3 คือเกิดขึ้นจากต้นทุนของเม็ดพลาสติก คือ ถุง ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นหรือเงินเฟ้อ และมาตรการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คือ การลดค่าครองชีพ