ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติด่วน หารือแนวทางแก้วิกฤตพลังงาน แนะรัฐบาล เปิดข้อมูลจริงว่า น้ำมันไปไหน ทำไมหน้าปั๊มไม่มีน้ำมันให้เติม ทั้งที่รัฐบาลบอกมีเพียงพอ
สภาฯ หารือ วิกฤตด่วนแก้ปัญหาราคาน้ำมัน
เปิดสภาวันแรก "วิกฤตน้ำมัน" ถูกหยิบมาเป็นญัตติด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานที่รัฐบาลต้องรับมือกันปัญหาที่เกิดขึ้น
โดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า จากรายงานข้อมูลของกระทรวงพลังงาน พบว่าโรงกลั่นได้กลั่นน้ำมันดีเซลเต็มความสามารถได้วันละ 77 ล้านลิตร จ่ายน้ำมันเข้าระบบมากกว่าปกติ
แต่ปั๊มน้ำมันกลับแจ้งว่า ได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง จนราคาขายจาก 33 บาท เป็น 40 บาทต่อลิตร คนก็เริ่มแตกตื่น จนแย่งกันไปเติมน้ำมัน จึงอยากให้เปิดเผยข้อมูลจากโรงกลั่นขนาดใหญ่ทั้ง 6 โรง และผู้ค้าน้ำมัน จำนวนน้ำมันที่เข้าสู่ระบบ
ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็อภิปรายกับปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอ เกิดจากอะไร เพื่อยืนยันให้ชัดเจนกับการเปิดหน้า "ไอ้โม่ง" หรือ "กักตุนน้ำมัน" ที่รัฐบาลต้องเดินหน้าหา ที่ตอนนี้รัฐบาลเห็นข้อมูลการส่งน้ำมันแล้ว
"วีระยุทธ" จี้ รัฐบาลเปิดข้อมูลปริมาณน้ำมันตามปั๊ม
ด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.พรรคประชาชน บอกว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตน้ำมัน และคนไทยตื่นตระหนก เพราะรัฐบาลไม่ได้ตอบข้อสงสัย ย้ำเพียงว่า มีน้ำมันพอ แต่ประชาชนต้องการทราบว่า เหตุใดน้ำมันหมด และจะเติมน้ำมันได้ที่ใด ดังนั้น รัฐบาลต้องเปิดข้อมูลว่า ปั๊มน้ำมันใกล้บ้านมีเหลือเท่าใด เพื่อให้ประชาชนวางแผนชีวิตได้
รัฐบาลควรเปลี่ยนจากการปิดห้องคุยกับรายใหญ่ เป็นการเปิดรับฟัง และเดินเข้าหาผู้เดือดร้อน และนำคนผิดมาลงโทษ เปลี่ยนการใช้กองทุนตรึงราคานำมัน เป็นการอุดหนุนแบบขั้นบันได หรือใช้มาตรการทางภาษี และช่วยกลุ่มเปราะบาง
ขณะที่ "กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี สส. พรรคไทรวมพลัง บอกปั๊มน้ำมันชายแดนไม่มีน้ำมัน เพราะบางปั๊มเป็นปั๊มเล็กอยู่ในชุมชน ชาวบ้านอดอยากไปต่อคิวตั้งแต่ตีสาม ได้เติมสองทุ่มของอีกวัน
นายกฯ ไม่ตอบ ปมคนไทยแย่งคิวเติมน้ำมัน
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กับการตอบคำถามกันยาว ๆ เมื่อพบว่าประชาชนต้องแย่งเข้าคิวเติมน้ำมันกัน และการไม่ตรึงราคาน้ำมัน แล้วมีผลกระทบต่อราคาสินค้า และความเป็นอยู่ของประชาชน
นายกฯ นั่งรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ประหยัดพลังงาน
และนายกฯ เดินทางออกจากสภาฯ โดยปรับเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้า เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อมาประชุมร่วมกับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยไม่มีรถนำขบวน มากับผู้ติดตาม รวมเพียงแค่ 4 คน