เรื่องจริงไม่ใช่ฝัน น้ำมันขึ้น 6 บาท/ลิตร

View icon 392
วันที่ 26 มี.ค. 2569 | 06.11 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ติดตามประเด็นเรื่องราคาน้ำมันกันต่อ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา มีการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท จนทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างรีบออกจากบ้านไปเติมน้ำมันกันเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าน่าจะทั่วประเทศ

เรื่องจริงไม่ใช่ฝัน น้ำมันขึ้น 6 บาท/ลิตร จ.สมุทรปราการ
ทีมข่าวไปสำรวจการเติมน้ำมันของชาวบ้านตามจุดต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต้องบอกว่าชาวบ้านน่าจะตกใจไม่น้อยที่ทราบข่าวการขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท น่าจะเป็นการขึ้นราคาพรวดเดียวครั้งประวัติศาสตร์ของไทย

พาไปดูแถวปริมณฑลอย่าง สมุทรปราการ กันหน่อย หลายคนต้องยอมออกจากบ้านกลางดึก เพื่อมาหาเติมน้ำมันไว้สำรองในการใช้ชีวิตประจำวัน

ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจตามปั๊มน้ำมันหลายแห่ง ทั้งบนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด), ถนนเทพารักษ์, ถนนศรีครินทร์ พบว่า เกือบทุกแห่งมีประชาชนไปต่อคิวเติมน้ำมันทุกชนิด และหลายแห่งพบว่าน้ำมันบางชนิดหมด โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล

ทุกคนบอกว่าต้องจำใจ เพราะจำเป็น และฝากไปถึงรัฐบาลให้ช่วยแก้ไขปัญหาด้วย

เรื่องจริงไม่ใช่ฝัน น้ำมันขึ้น 6 บาท/ลิตร จ.ฉะเชิงเทรา
ที่ฉะเชิงเทรา หลังทราบข่าวว่าน้ำมันจะขึ้น 6 บาท ประชาชนทนไม่ไหว นอนไม่หลับ กระสับกระสาย ขับรถออกจากบ้านมาเติมน้ำมัน แถวหน้าปั๊มยาวเป็นกิโลฯ

ชาวบ้านบ่นกันหนักว่าเดือดร้อน และหลังจากนี้สถานการณ์น่าจะหนัก เพราะเกรงว่าของคงแพงทั้งระบบ กระทบกับประชาชนทั่วไป และมนุษย์เงินเดือนแน่ ๆ

ขณะที่บางคนเดินทางมาไกลกว่า 15 กิโลฯ หิ้วแกลลอนน้ำมันขับกระบะ ตระเวนหาเติมน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลังทราบว่าน้ำมันขึ้น 6 บาท

เรื่องจริงไม่ใช่ฝัน น้ำมันขึ้น 6 บาท/ลิตร จ.สงขลา
ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชาวหาดใหญ่ขับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ออกไปจากบ้านไปต่อแถวรอน้ำมันตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ โดยเฉพาะปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาช่องเขา, สาขาหาดใหญ่ใน, สาขาเขต 8 และสาขาควนหิน บางจุดพบรถของประชาชนต่อแถวยาวออกจากปั๊ม ถึงริมถนนยาวเกือบ 1 กิโลเมตร

ขณะที่ปั๊มน้ำมันอีกหลายแห่งในเมืองหาดใหญ่ นำรั้วเหล็กมากั้นทางเข้า-ออก ปิดแสงไฟในปั๊ม พร้อมปิดป้ายแจ้งว่า "ปิดชั่วคราว"

สำหรับสาเหตุที่ขึ้นราคาเป็นเพราะว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับตัวสูงขึ้น

เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงจาก 198.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่ 23 มีนาคม พุ่งสูงถึง 242.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

สำหรับการอุดหนุนราคาน้ำมันของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อัปเดตล่าสุดเมื่อเวลา 22.31 น. เมื่อวานมีรายละเอียดดังนี้

น้ำมันดีเซล ลดเงินอุดหนุนลงจาก 26.99 บาทต่อลิตร เมื่อวันก่อน มาเป็น 19.12 บาทต่อลิตร ในวันนี้

กลุ่มแก๊สโซฮอล์ ทั้ง 91 และ 95 พบว่า ลดเงินอุดหนุนจาก 9.73 บาทต่อลิตร เหลือ 3.26 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ E20 ลดลงจาก 12.85 บาทต่อลิตร เป็น 5.94 บาทต่อลิตร

และ แก๊สโซฮอล์ E85 ลดลงจาก 4.28 บาทต่อลิตร เป็น 0 บาท คือ ไม่อุดหนุนแล้ว ปล่อยลอยตัวแล้ว

ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุที่ต้องลดเงินอุดหนุน เพราะกระทบกับสภาพคล่องของกองทุนฯ ที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงวันละ 2,592 ล้านบาท หรือประมาณ 80,344 ล้านบาทต่อเดือน

นายกฯ ใช้รถไฟฟ้า ประหยัดพลังงาน
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางวันของเมื่อวาน (25 มี.ค.) "นายกฯ อนุทิน" ได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ทะเบียนป้ายแดง ฎ-9798 เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีรถนำขบวน และรถติดตาม เพื่อดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล

มีรายงานว่ารถคันนี้จะใช้ในการปฏิบัติการภารกิจของ "นายกฯ อนุทิน" ไม่ต่ำกว่า 5 วัน และจะใช้รถไฟฟ้าคันนี้เพียงคันเดียว อีกทั้งยังมีรายงานว่าเพิ่งซื้อมาได้เพียง 2 วัน ราคาประมาณ 1.3 ล้านบาท

"สส.ลิซ่า" ฟาดเดือด ! รัฐบาล-นายกฯ
เรื่องนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันในสภาฯ เพราะ "สส.ลิซ่า" นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายญัตติด่วน แนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย 

ช่วงหนึ่งได้พูดถึงการทำงานของรัฐบาล และ "นายกฯ อนุทิน" ว่า สถานการณ์ตอนนี้วิกฤต แต่รัฐบาลกลับบอกว่าอย่าตื่นตระหนก วันนี้ประชาชนเดือดร้อน แต่ นายกฯ กลับออกรถ EV คันใหม่ คนรวยแก้ปัญหาง่ายนิดเดียว แต่คนจนตาดำ ๆ ที่รอเติมน้ำมันก็ต้องรอต่อไป

เรื่องนี้ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก แต่เพื่อให้ความเป็นธรรม รัฐบาลตอนนี้กำลังแก้ปัญหาอย่างเต็มที่

โดยเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (25 มี.ค.) "นายกฯ อนุทิน" ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน

หลังการประชุม "นายกฯ อนุทิน" ยืนยัน ประเทศไทยไม่ได้ขาดน้ำมัน และสั่งการให้ราคาน้ำมันหน้าคลัง ห้ามสูงเกินโรงกลั่น ซึ่งจะทำให้การลักลอบกักตุน เพื่อเก็งกำไรลดลงโดยธรรมชาติ

แต่เมื่อลักลอบไปแล้ว ถือว่า ความผิดสำเร็จแล้วก็ต้องดำเนินการ และได้สั่งการในที่ประชุม ศบก. ว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนต้องไม่มีปัญหาเรื่องเดินทาง

หลังจากนั้น "นายกฯ อนุทิน" ได้ขับรถไฟฟ้าป้ายแดงออกจากทำเนียบรัฐบาลไป โดยบอกว่า "จะไปหาหมอ"

ประชุมพลังงาน รับมือช่วงสงกรานต์
ขณะที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (25 มี.ค.) นายพิพัฒน์ ราชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือสถานการณ์ด้านพลังงาน เพื่อหาแนวทางจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงเทศกาลสงกรานต์

หลังการประชุม "รองนายกฯ พิพัฒน์" ยืน​ยันว่า รัฐบาลกำลังเร่งตรวจสอบการกักตุน และหาทางออกทุกวิถีทาง โดยจะใช้ระบบ GPS ติดตามรถน้ำมันทุกคัน เพื่อดูว่ามีการวิ่งออกนอกเส้นทางหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่าที่บอกว่ามีการลักลอบหรือกักตุนนั้นจริงหรือไม่ คาดภายใน 1 สัปดาห์ จะรู้ข้อเท็จจริง

"รองนายกฯ พิพัฒน์" ยืนยันด้วยว่า รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทาง ซึ่งวันนี้ในสภาฯ ก็มีการอภิปรายโจมตีว่า "ไม่เห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไร" จึงถามกลับว่า คนที่วิจารณ์ทำอะไรบ้าง ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์ หากมีความรู้และเข้าใจ สามารถเสนอ หรือแนะนำมาได้เลย

ประสานเติมน้ำมันให้รถทัวร์เต็มถัง !
ส่วนการเตรียมรับมือการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้หารือกับ กระทรวงคมนาคม และบริษัทขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ขอให้ ปตท. มาเติมน้ำมันเต็มถังให้รถสาธารณะทุกคันที่จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ และเมื่อถึงปลายทางจะเตรียมน้ำมันสำรอง สำหรับรถที่จะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ

หากไม่สามารถวิ่งจนถึงปลายทางได้ ขอให้แจ้งแต่ละจังหวัดจะให้ผู้ว่าฯ ประสานกับปั๊มน้ำมันในเส้นทางที่ผ่าน เพื่อให้แวะเติมน้ำมัน

ยืนยันเตรียมการเรียบร้อย พร้อมยืนยันภายในสิ้นเดือนนี้ สภาพคล่องของสถานีบริการต้องกลับสู่สภาพเดิม จึงไม่ต้องกังวลเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยว