ห้องข่าวภาคเที่ยง - แนวชายแดนไทย-กัมพูชา อีกจุดที่ยังมีปัญหาคาราคาซังกันมานาน คือจุดที่มีการสร้าง "เขื่อนดักตะกอน" บริเวณชายแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
เขื่อนนี้สร้างมาแล้ว 29 ปี อยู่ในอธิปไตยของกัมพูชาก็จริง แต่มีบางส่วนล้ำกินเข้ามาในเขตไทยประมาณ 100 เมตร ไทยประท้วงให้รื้อออก นอกจากนี้ เขื่อนที่ว่ายังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในเขตไทย ทำให้แนวชายฝั่งถูกกัดเซาะลึกเข้าไปในแผ่นดิน สร้างความเสียหาย
เมื่อวานนี้ กองทัพเรือ ได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ ดูสภาพล่าสุดของจุดดังกล่าว ซึ่งอยู่บริเวณหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา หลักที่ 73 ซึ่งเป็นหลักเขตแดนทางบกหลักสุดท้าย ฝั่งไทยอยู่บริเวณแหลมสารพัดพิษ อำเภอคลองใหญ่ ติดกับฝั่งจังหวัดเกาะกง ของกัมพูชา
โดยตัวเขื่อนสร้างออกไปจากแนวชายฝั่ง ยาวเกือบ 300 เมตร เอกชนกัมพูชา อ้างว่าสร้างไว้เป็นท่าเทียบเรือ แต่หลังจากการสร้างเสร็จ ส่งผลให้ระบบนิเวศน์ทางชายฝั่งของไทย ได้รับความเสียหาย
โดยในช่วงเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา รอบที่ 2 เมื่อปลายปีที่แล้ว เอกชนกัมพูชา ก็นำรถแบ็กโฮไปขุดรื้อเขื่อนบางส่วน แต่เป็นการขุดรื้อเป็นระยะทางเพียง 100 กว่าเมตร และยังขุดออกเพียงผิวหน้า เสมอระดับน้ำทะเล แล้วก็หยุดการรื้อถอนไว้เพียงแค่นั้น
ซึ่ง กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ บอกว่าหากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ตามความเหมาะสม หมายถึงกลับไปอยู่ในสภาพเดิม หรือ ใกล้เคียงสภาพเดิมก่อนการสร้างเขื่อน จะต้องขุดลึกลงไปจากแนวสันเขื่อน อย่างน้อย 3 เมตร คือต้องลึกถึงฐานรากของเขื่อน ถ้ารื้อออกเพียงเท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็ไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง กองทัพเรือ บอกว่าปัญหานี้ ยังต้องมีการหารือกับกัมพูชาต่อไป
ข้อมูลจากเพจวาสนา นาน่วม ระบุว่าผลจากการสร้างเขื่อนฯ ทำให้ไทยเสียพื้นที่ จำนวน 3000 ตารางเมตร แต่กัมพูชาได้ "ที่งอก" จำนวน 30,000 ตารางเมตร