ข่าวเย็นประเด็นร้อน - กองทัพเรือ ยืนยันประท้วงแล้ว หลังพบเอกชนกัมพูชาก่อสร้างเขื่อนดักตะกอนชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดภาพให้เห็นก่อนหลังช่วงน้ำขึ้นน้ำลงไม่พบการเปลี่ยนแปลง
มาดูภาพของเขื่อนดักตะกอนของกัมพูชาที่ทำไว้ ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดตราด ก่อนที่จะมีการเปรียบเทียบกันในช่วงวันที่ 4 มิถุนายน กับระดับน้ำทะเลที่ขึ้นสูงสุด และต่ำสุด ผลการตรวจสอบสภาพเขื่อนจากกระแสน้ำที่ลดลงไม่สามารถไหลผ่านแนวเขื่อนได้ โดยสภาพสันดอนบริเวณผิวหน้าของเขื่อนยังคงเดิม ไม่พบการเปลี่ยนแปลง ไม่พบความเสียหายหรือการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ
และภาพล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ก็ไม่พบความเสียหาย หรือการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากมีแนวก้อนหินขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างป้องกัน และลดแรงกระแทกของคลื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ กองทัพเรือ ได้ขอให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินผลกระทบ จำกัดการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจเป็นเท็จหรือบิดเบือน รวมทั้งพิจารณาแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อเพจที่เผยแพร่ว่ากองทัพไม่ดำเนินการใด ๆ ที่จริงแล้วกองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประท้วงผ่านทุกกลไกอย่างต่อเนื่อง จนเอกชนกัมพูชาเจ้าของกิจการต้องหยุดการก่อสร้าง
ขณะ กองทัพบก และ กองทัพภาคที่ 2 มีหนังสือถึงศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ให้ตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลของ 2 เพจ หลังพบเนื้อหาบางส่วนอาจเข้าข่ายเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือน มีลักษณะเข้าข่ายเป็นข่าวปลอม ที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลและเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาอธิปไตย ความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งยังก่อให้เกิดความสับสน บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
และหลังจากที่ประเทศไทยตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางทะเลที่เป็น ผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 2 คนแล้ว เพื่อไปทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายืนยันว่า ไทยมีพร้อม ไม่ต้องกังวล
และเมื่อดูจากชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางทะเลที่เป็น ผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 2 คน ที่ประเทศไทยตั้งขึ้น นายนพดล อินนา สว. ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ วุฒิสภา เชื่อว่าฝั่งไทยจะไม่เสียเปรียบ เผลอ ๆ จะมีความเหนือชั้นกว่าด้วยซ้ำไป และมั่นใจได้ว่า บุคคลที่ถูกเสนอมาทั้งหมดในคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และมีต้นทุนทางสังคมระดับโลกสูง คงไม่ทำอะไรที่ผิดกติกาของ UNCLOS