ทหารพรานรวบ 7 คนไทย แก๊งให้เช่าบัญชีม้า-รับเช่าบัญชี ลอบข้ามแดนกลับเข้าประเทศ

ทหารพรานรวบ 7 คนไทย แก๊งให้เช่าบัญชีม้า-รับเช่าบัญชี ลอบข้ามแดนกลับเข้าประเทศ

View icon 86
วันที่ 26 เม.ย. 2569 | 09.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทหารพรานรวบ 7 คนไทย แก๊งให้เช่าบัญชีม้า-รับเช่าบัญชี ลอบข้ามแดนกลับเข้าประเทศ

วันนี้ (26 เม.ย.69) กองกำลังบูรพา ทหารพราน ทพ.1202 รวบ 7 คนไทย แก๊งให้เช่าบัญชีม้า-รับเช่าบัญชี ลอบข้ามแดนกลับเข้าประเทศ ค่าตอบแทน 25,000 บาท / บัญชี

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองกำลังบูรพา โดย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ ,พ.อ.พงศกร เสืองาม ผบ.ชค.ทพ.12 สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจ ฉก.อรัญประเทศ ร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 1202 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 จัดกำลังพลร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าว ชปข.2 กกล.บูรพาออกทำการลาดตระเวนป้องกัน สกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่างจุดตรวจ จต.อ.03 - จต.อ.04 พื้นที่ ม.5 บ.ภูน้ำเกลี้ยง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบ และจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สัญชาติไทย จำนวน 7 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 5 คน ขณะเดินเท้าลักลอบข้ามแดนช่องธรรมชาติจากฝั่งกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทยจับกุม ตรวจสอบไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตข้ามแดนแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวมาทำการซักถาม ที่ทำการกองร้อยทหารพรานที่1202 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ทั้งนี้ จากการสอบสวน นางรศรินทร์ฯ หนึ่งในคนไทยดังกล่าว ทราบว่า ตนทำงานเป็นแม่บ้านในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ได้รับค่าแรง 14,000 บาท/เดือน ได้ใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก และเจอโพสต์รับสมัครงาน ตนจึงได้แอดไลน์เพื่อพูดคุยรายละเอียด โดยบุคคลในแอปพลิเคชันไลน์ได้เสนองานเป็นรับเช่าบัญชี จะได้รับค่าตอบแทน 25,000 บาท/บัญชี ตนจึงเกิดความสนใจ และได้ตอบตกลง

ต่อมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เม.ย.69 ได้มีชายชาวไทย ไม่ทราบชื่อสกุล ขับรถเก๋ง สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มารับไปส่งยังโรงแรมนาวาพนม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้ให้ตนไปพักคอยที่ห้อง ประมาณ 2 ชม.จากนั้น ได้มีหญิงชาวไทย ไม่ทราบชื่อ – สกุล ขับรถเก๋ง สีเขียว ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน มารับตนออกจากที่พัก พาไปยังบริเวณไร่อ้อย ไม่ทราบสถานที่  และได้มีชายชาวกัมพูชา จำนวน 2 คน มาพาพวกตนเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา ไม่มีคลอง ไม่ทราบสถานที่ เมื่อมาถึงประเทศกัมพูชาแล้ว ได้มีชายขับรถเก๋ง สีบรอนซ์ มารอรับ พาไปยังอาคารส่วนกลาง ในพื้นที่กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย เป็นอาคารพาณิชย์ 6 ชั้น สีเทา ที่ชาวไทยเรียกว่าโต๊ะสนุ๊ก มีประตูเหล็กสีดำ มีรั้วปูนสีขาว มียามเฝ้า 24 ชม.

เมื่อตนเข้าไปในตัวอาคาร ได้มีชายชาวไทยสักคิ้ว ไม่ทราบชื่อสกุล เข้ามายึดบัตรประจำตัวประชาชน และโทรศัพท์มือถือของพวกตน และพาพวกตนไปยังอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น สีเทา ที่ชาวไทยเรียกว่าบันไดเหล็ก มีชั้นดาดฟ้าที่ดัดแปลงมาเป็นออฟฟิต มีหลังคาเมทัลชีตคลุม และให้พักคอยอยู่ในอาคารชั้น 2 

เธอเล่าอีกว่า พวกตนไม่ได้สแกนหน้า ไม่โดนทำร้ายร่างกาย เนื่องจากพนักงานแจ้งว่า ทำโทรศัพท์ของพวกตนหาย ต่อมาได้มีชายชาวจีนขับรถ สีดำ หมายเลขทะเบียนกัมพูชา พาตนไปยังอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น สีฟ้า - ขาว อีกสถานที่หนึ่ง หรือบ้านของบอสชาวจีน เพื่อรอข้ามกลับประเทศไทย และได้พบกับผู้ถูกจับกุมทั้งหมด ต่อมาเมื่อวันที่ 25 เม.ย.69 มีรถสามล้อรับจ้าง มาทะยอยรับพวกตนไปสับเปลี่ยนรถเป็นรถเก๋งสีดำ หมายเลขทะเบียนกัมพูชา ที่มีชายชาวเขมรเป็นคนขับ พาพวกตนไปส่งยังชายแดนกัมพูชา-ไทย จากนั้นได้ชี้ช่องทาง และให้พวกตนเดินเท้าลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติ ข้ามมายังประเทศไทย จนกระทั่งถูกจนท.ทหารพราน ตรวจพบ และทำการเข้าจับกุม 

69ed76e14c6ef7.86252799.jpg

ส่วน คนไทยรายอื่น ๆ อาทิ นางธนิตา ทำงานเป็นรับจ้างเย็บผ้าในพื้นที่ จ.มหาสารคาม , นาง จรรยพร ทำงานบริษัทในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี , นางศรีจันทร์ ว่างงาน และป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด เป็นต้น ให้การถึงพฤติการณ์และการเดินทางเข้าไปยังกัมพูชาและถูกส่งตัวกลับมายังไทยในลักษณะเดียวกัน ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานตรวจพบ และทำการเข้าจับกุมดังกล่าว ซึ่งภายหลังนำตัวไปทำบันทึกจับกุมแล้ว

เจ้าหน้าที่ได้นำตัว คนไทย จำนวน 7 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หมายจับ แจ้งความออนไลน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง