พรรคประชาชน ตั้งคำถาม เจ้าของปั๊มน้ำมันเป็นรัฐมนตรีบริหารสถานการณ์พลังงาน มีผลประโยชน์ทับซ้อน รู้ราคาล่วงหน้าก่อนใคร? ฉ้อฉลหรือไม่?

พรรคประชาชน ตั้งคำถาม เจ้าของปั๊มน้ำมันเป็นรัฐมนตรีบริหารสถานการณ์พลังงาน มีผลประโยชน์ทับซ้อน รู้ราคาล่วงหน้าก่อนใคร? ฉ้อฉลหรือไม่?

View icon 46
วันที่ 26 มี.ค. 2569 | 13.29 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พรรคประชาชน จี้ อนุทิน-พิพัฒน์ แจงข้อสงสัย เจ้าของปั๊มน้ำมันเป็นรัฐมนตรีบริหารสถานการณ์พลังงาน มีผลประโยชน์ทับซ้อน รู้ราคาล่วงหน้าก่อนใคร? อาจกลายเป็นฉ้อฉล พร้อมเรียกร้องรัฐบาลใช้งบกลางดูแลกลุ่มเปราะบาง ยินดีให้หักเงินสส.ไปช่วย

วันนี้ (26 มี.ค.69) นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร  รองหัวหน้าพรรค แถลงข่าวหลังรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันทุกประเภทอีกลิตรละ 6 บาท ว่าตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ที่ผ่านมาพรรคประชาชนพยายามเรียกร้องการบริหารจัดการให้ดีขึ้นกว่านี้มาโดยตลอด และอยากให้รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชนมากกว่านี้ รวมถึงการบริหารจัดการที่ประชาชนจะเชื่อใจได้มากกว่านี้

อีกทั้งเห็นว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นพื้นที่ที่สำคัญที่สุดที่จะให้รัฐบาลใช้พื้นที่ในการชี้แจง และตอบข้อซักถามจากผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของคนที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล อย่างเช่นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์อยู่ในขณะนี้ ที่อ้างว่ามีความเชี่ยวชาญอาจจะกลายเป็นความฉ้อฉล เพราะถูกตั้งคำถามว่าหากคนในรัฐบาลรู้ล่วงหน้าว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการบริหารพลังงานอย่างไร จะขึ้นราคาเท่าไหร่เมื่อไหร่ คนที่มีธุรกิจพลังงาน อยู่ในรัฐบาลก็จะรู้ล่วงหน้า  อาจมีการใช้อำนาจรัฐ และมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

และในขณะที่รัฐบาล บอกว่ามันไม่เคยขาด แต่ในความเป็นจริงประชาชนต้องไปต่อคิว เพื่อเติมน้ำมัน หลายชั่วโมง และจนถึงตอนนี้ก็ยังตามหาตัวไอ้โม่ง ตัวใหญ่ที่แท้จริงไม่พบ ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

ดังนั้นเชื่อว่าในสถานการณ์ขณะนี้มีคนที่อยู่เบื้องหลังได้รับผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันรัฐบาลเลือกที่จะชี้แจงผ่านสื่อมวลชนในพื้นที่ที่สามารถควบคุมเนื้อหาได้เอง หลีกเลี่ยง ไม่ชี้แจงผ่านเวทีของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่เป็นเวทีที่สำคัญสามารถตอบข้อเท็จจริงและเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้ แต่ก็ไม่ทำ เห็นได้ชัดจากการประชุมเมื่อวานนี้แต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ ทั้งนายกรัฐมนตรีรวมถึงนายพิพัฒน์ไม่ตอบหรือชี้แจงข้อซักถามจาก สส. เลย นอกจากวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นแล้วรัฐบาลยังประสบกับปัญหาวิกฤตขาดความเชื่อมั่นจากประชาชนด้วย และประชาชนยังตั้งคำถามว่าส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันผลประโยชน์ ตกไปอยู่กับใคร หากรัฐบาลยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมาได้ก็ยังไม่เห็นทางออกว่ารัฐบาลจะบริหารสถานการณ์วิกฤตนี้ ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างไร

ด้านนายวีระยุทธ ระบุว่าอยู่ ๆ รัฐบาลประกาศราคาน้ำมันขึ้น 6 บาททันทีโดยที่ไม่มีคำอธิบายไม่มีหลักการและไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชน ทำตรงข้ามกับที่พูดมาโดยตลอด และไม่รับฟังข้อเสนอของ สส. ที่พูดในสภาสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนเสนอสามข้อไม่ได้ถูกนำไปใช้ ยังคงมีการบริหารแบบปิดห้องคุย กันเองกับธุรกิจรายใหญ่ ไม่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง / รัฐบาลต้องยอมรับว่าปัญหาความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นมาจากการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ 15 วัน พรรคประชาชนเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบขั้นบันได ค่อยเป็นค่อยไป แต่รัฐบาลปรับขึ้น 6 บาทโดยไม่มีคำอธิบาย และไม่มีทางรู้ได้เลยว่าวันพรุ่งนี้และวันถัดถัดไปจะเป็นอย่างไร พร้อมย้ำว่าหลักการขั้นบันไดของพรรคประชาชนคือประกาศให้ชัดว่าราคาโลกเป็นอย่างไรและรัฐบาลจะอุดหนุนให้กี่เปอร์เซ็นต์ ตามอัตราที่ เปลี่ยนแปลงไป และต้องประกาศให้รู้ล่วงหน้า  / พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจำเป็นต้องช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาน้ำมัน แต่ต้องไม่รวมถึงผู้ที่ได้รับ สัมปทานจากภาครัฐ จึงมีคำถามว่าทำไมถึงมีกลุ่ม นี้รวมอยู่ด้วย โดยไม่มีคำอธิบาย จะต้องตอบสังคมอย่างไร นี่เป็นการบริหารสถานการณ์บนความเชี่ยวชาญแล้วหรือไม่ หรือเป็นการใช้ผลประโยชน์นำ

ขณะเดียวกันรัฐบาลจะอ้างว่าไม่มีเงินไม่ได้ เพราะตอนนี้มีงบกลางใช้จ่ายสำหรับกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ราว 30,000 ล้านบาท แม้ว่าจะต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนก็ตาม เชื่อว่าในสถานการณ์นี้ กกต ก็ไม่มีปัญหา ไม่มีทางที่กกต. จะปฏิเสธ หากรัฐบาลเห็นอกเห็นใจประชาชนจริงๆสามารถใช้เงินเงินก้อนนี้ได้ แต่ไม่ทำ ปล่อยให้คนไทยและผู้ประกอบการไทยอยู่กับความไม่แน่นอนรายวัน กระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน

รัฐบาลไม่เคยพูดอะไรออกมาเป็นทางการในภาวะวิกฤต ในสถานการณ์เช่นนี้ภาวะผู้นำถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญต้องออกมาสื่อสารให้กับประชาชนได้เข้าใจโดยตรง ตอบคำถามประชาชนให้ได้ ไปพร้อมพร้อมกับการแสดงความเห็นใจต่อ ประชาชน

ส่วน แนวทางที่รัฐบาลทำอยู่ตอนนี้คือการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง นายวีรยุทธ ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนเลยว่ารัฐบาลจะใช้แนวทางไหน จะปล่อยลอยตัวหรือไม่ ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ารัฐบาลใช้หลักการอะไรในการบริหารสถานการณ์วิกฤตพลังงาน แต่ที่แน่แน่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มักจะเป็นช่วงที่มีการเดินทางอย่างต่อเนื่องของประชาชนทั้งการท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา แต่การปล่อยให้ราคาน้ำมันขึ้นมาสูงถึงขนาดนี้โดยที่ไม่มี คำอธิบาย ทำให้ประชาชนไม่กล้าตัดสินใจเดินทางเพราะไม่รู้ว่าในวันรุ่งขึ้นน้ำมันจะปรับขึ้นราคาอีก หรือมีน้ำมันให้เติมหรือไม่

กรณีที่มีนักวิชาการบางคนเสนอให้รัฐบาลตัดงบประมาณฟุ่มเฟือย รวมถึง สส.-สว. ควรมีส่วนร่วม อย่างเช่นการไม่รับเงินเดือน 2-3 เดือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ นายวีระยุทธ ระบุว่า ส่วนตัวในบทบาทของสภาผู้แทนราษฎรไม่มีปัญหาแต่ถ้าพูดในเชิงบริหารจัดการ การเปลี่ยนงบประมาณหรือภาษีต้องรอรัฐบาลหน้า แต่พรรคประชาชนยืนยันว่าสิ่งที่สามารถทำได้เลย ก็คือการเอางบกลาง มาใช้อุดหนุนหรือช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และผู้ได้รับผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน

ส่วนที่รัฐบาลยังมีการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน นายวีระยุทธ ย้ำว่า อย่างไรก็ตามแล้วต้องให้ความสำคัญกับคนไทยที่กำลังเดือดร้อนก่อน จะผิดสัญญาหรือไม่ต้องดูในรายละเอียดก่อนแต่รัฐบาล ต้องให้ประเทศไทยมีเพียงพอในการใช้จ่ายภายในประเทศก่อน ยืนยันว่าต้องให้ความสำคัญกับคนไทยและประเทศไทยก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง