สนามข่าว 7 สี - เชียงใหม่ จมฝุ่น ค่ามลพิษพุ่งแตะอันดับ 2 ของโลก ประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบ เด็กเล็กเลือดกำเดาไหล
ค่าฝุ่นพุ่ง กระทบสุขภาพ จ.เชียงใหม่
สภาพทั่วทั้งตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) ถูกปกคลุมหนาทึบด้วยหมอกควันไฟป่า ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เนื่องจากมีการลักลอบเผาป่าหลายจุดในหลายอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าโดยรอบเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ส่งผลให้มีปริมาณฝุ่นควันสะสมจำนวนมาก จนมองไม่เห็นยอดดอยสุเทพ ได้จากระยะไกลเหมือนในช่วงปกติ
ขณะที่จุดความร้อน หรือ ฮอตสปอต พบ 110 จุด ลดลงจากวันที่ 25 มีนาคม ที่มีกว่า 200 จุด แต่ยังถือว่าสถานการณ์รุนแรง ทำให้ค่ามลพิษในอากาศพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เว็บไซต์ Iqair.com รายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก ระบุ เทศบาลนครเชียงใหม่ มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 171 ไมโครกรัม หรือ อันดับ 2 ของโลก
ทำให้เด็กหญิง 8 ขวบ อาศัยอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ มีเลือดกำเดาไหลจำนวนมาก ผู้ปกครองเชื่อว่าสาเหตุมาจากฝุ่น PM2.5 เพราะลูกสาวมักมีเลือดกำเดาไหลทุกครั้งที่คุณภาพอากาศแย่
พบไฟป่า 71 จุด จ.พะเยา
สถานการณ์หมอกควันในจังหวัดพะเยา ยังอยู่ในขั้นวิกฤต เพราะมีไฟป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวาน พบไฟป่าเกิดขึ้นถึง 71 ครั้ง ส่งผลให้สถานการณ์ค่าหมอกควัน เกินค่ามาตรฐาน โดยค่า PM2.5 อยู่ที่ 93.4 ไมโครกรัม AQI อยู่ที่ 219 ไมโครกรัม มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ต้องแจ้งเตือนประชาชนให้ดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากพบผู้มีอาการระคายเคืองดวงตาและผิวหนัง รวมทั้งมีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ
สั่งคุมไฟป่าภายใน 48 ชั่วโมง จ.แม่ฮ่องสอน
ที่ อำเภอเมือง, อำเภอขุนยวม และ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบจุดความร้อน 78 จุด รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสั่งการให้ดับไฟป่าให้ได้ภายใน 48 ชั่วโมง ผู้สื่อข่าวรายงาน จุดที่เกิดไฟป่าจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุม เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด
ในส่วนของอำเภอปาย พบการเกิดไฟป่ามากขึ้น จากภาพถ่ายความร้อน พบแนวไฟป่ายาวกว่า 1 กิโลเมตร บนเทือกเขา และบางจุดไม่สามารถดับไฟป่าได้ เพราะเป็นเทือกเขาสูงชัน ส่งผลให้หมอกควันไฟป่าลอยปกคลุมตัวเมืองปายหนาทึบ
ไฟป่าริมถนน เสียหาย 10 ไร่ จ.ลำปาง
ส่วนจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม พร้อมรถน้ำ 2 คัน เร่งฉีดน้ำดับไฟป่าที่กำลังลุกไหม้สองข้างถนนหมายเลข 1035 สายลำปาง-แจ้ห่ม ส่งผลให้มีกลุ่มควันไฟจำนวนมากลอยปกคลุมผิวถนน จนมองไม่เห็นรถที่ขับสวนทางกันเป็นระยะทางกว่า 500 เมตร ผู้ใช้รถใช้ถนนเมื่อขับมาถึงบริเวณดังกล่าว ต้องลดความเร็วและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ไฟป่าลุกลามเข้าถนน ใกล้สายสื่อสาร สายไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ใช้เวลานับชั่วโมง จึงสามารถควบคุมไฟป่าสำเร็จ พบพื้นที่ป่าเสียหายไม่น้อยกว่า 10 ไร่