ผู้ประกอบการ รถแบ็กโฮ รถบรรทุก รับจ้างถมที่ เคลียร์ป่า ต้องแบกรับสัญญาเดิมที่ทำไว้ แต่ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ทำให้กำไรที่เดิมได้น้อยอยู่แล้ว แค่พออยู่ได้ หายไปกับตา
นางสาวตรีทิพยนิภา ดีโม้ อายุ 33 ปี ชาวต.หนองบัว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ผู้ประกอบการรถแบ็กโฮ ,รถบรรทุกขนดิน ,รถเกี่ยวข้าว ,รถไถ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองทำอาชีพรับเหมาถมที่ครบวงจร คือ มีรถแบ็กโฮขุดดิน มีรถบรรทุกดิน และมีรถไถปรับหน้าดิน ส่วนหน้าเก็บเกี่ยวก็มีรถเกี่ยวข้าวออกให้บริการกับเกษตรกร ซึ่งอุปกรณ์ที่มีทุกอย่างต้องใช้น้ำมันดีเซล โดยงานแบ็กโฮเคลียร์ป่า และงานรับถมที่ก็จะมีการประเมินหน้างาน ว่าต้องใช้ดินกี่รถในการถม และเสนอราคาค่าถม ซึ่งราคาที่ประเมินไว้ต้นทุนน้ำมันอยู่ที่ 30 กว่าบาท ซึ่งราคาที่เสนอก็ได้กำไรนิดหน่อย พออยู่ได้ เพราะในพื้นที่ก็มีผู้ประกอบการหลายราย หากเสนอราคาสูงมาก ลูกค้าก็มีทางเลือกอื่น แต่พอราคาน้ำมันปรับขึ้นกำไรที่คิดว่าจะได้หายไปเพียงชั่วข้ามคืน แทบจะเหลือเพียงต้นทุน
นางสาวตรีทิพยนิภา บอกอีกว่า ตอนนี้เริ่มคุยกับแฟนแล้วว่าถ้าสถานะการณ์น้ำมันยังเป็นแบบนี้ จะหยุดก่อน แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่สถานการณ์ ถ้าราคางานสามารถปรับขึ้นได้ก็ยังพออยู่ได้ เพราะอยู่ที่คนว่าจ้างด้วย ส่วนตรงไหนที่ลูกค้ารับราคาไม่ได้ก็คงไม่รับเลย ตอนนี้ที่รับไว้ก็ต้องยอมแบกรับเอง และทำให้เสร็จไปก่อน ตอนนั้นที่รับงานน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 33 บาท ณ ตอนนี้ถ้ามีการรับงานใหม่ก็คงต้องขอปรับขึ้นราคา เช่น ปกติราคาค่าจ้างใช้แบ็กโฮจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 -9,000 บาทต่อวัน ก็คงต้องปรับขึ้นเป็นหลักหมื่นถึงจะอยู่กันได้ แต่ก็จะขึ้นกับความยากง่ายของหน้างานอีกด้วย
ทั้งนี้อยากฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ดูแลเรื่องราคาน้ำมัน เพราะเหมือนจะได้ยินว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงลงมาตั้ง 2% แต่ทำไมของเราราคากลับพุ่งขึ้น จึงอยากฝากรัฐบาลดูแลเรื่องราคา เพราะตอนนนี้จะไม่ไหวแล้วจริงๆ ยิ่งสำหร้บคนมีงวดรถก็คงอยู่กันยาก ถ้าคนไม่มีงวดรถก็พออยู่กันได้ คนมีงวดรถจะหยุดก็หยุดไม่ได้ ต้องขึ้นราคาตามราคาน้ำมัน เพราะคนมีงวดมันหยุดไม่ได้ อย่างวันนี้ก็ยังเหลือ 2 ที่ที่รับไว้ในราคาเดิม ก็ต้องเคลียร์ให้เสร็จ
ด้านนายรถ กิจหาญ อาย 61 ปี ราษฎรบ้านดอนจำปา ต.โพนงาม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม คนขับรถแบ็กโฮ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองทำอาชีพรับจ้างขับรถต่างๆ รวมถึงขับรถแบ็กโฮมาร่วม 40 ปี ราคารับจ้างก็ปรับตามสสถานการณ์มาเรื่อย จนปัจจุบันค่าจ้างตักดินใส่รถบรรทุกหกล้ออยู่ที่คันละ 120 บาท ต่อเที่ยว(ต่อคัน) พอราคาน้ำมันปรับขึ้น บอกเลยว่าตอนนี้สาหัสเลยทีเดียว น้ำมันก็เติมยาก ได้ครั้งละ 2,000-3,000 บาท ต้องรอคิว ส่วนงานที่รับไว้ราคาก็พออยู่ได้ พอมีใช้จ่ายในครอบครัว โดยมีทั้งงานเหมาและงานเที่ยว งานเหมาที่รับไว้ก็ถือว่าคุ้มแต่ถ้าน้ำมันขึ้น กระทบกับรายได้ที่ต้องลดลงไปแน่ๆ