เวลา 09.00 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารกัลยาณิวัฒนา โรงพยาบาลสงฆ์ โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประชุมสลากกินแบ่งรัฐบาล พระราชทานประกาศนียบัตรพยาบาลไตเทียมแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมไตเทียม ซึ่งมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จัดอบรม เป็นรุ่นที่ 54 และรุ่นที่ 55 รวม 67 คน และพระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้มีอุปการคุณสนับสนุนกิจการของมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ การฝึกอบรมพยาบาลไตเทียม เริ่มตั้งแต่ปี 2535 ใช้เงินจากดอกผลทุนการกุศลสมเด็จย่า และทุนกัลยาณิวัฒนา ในมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย มีพยาบาลผ่านการฝึกอบรมแล้ว 1,817 คน ปฏิบัติงานในหน่วยไตเทียมทั่วประเทศ
โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "ในปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรป่วยเป็นโรคไตจากสาเหตุต่าง ๆ นับล้านคนทั่วประเทศ ผู้ป่วยจำนวนมากเป็นไตวายระยะสุดท้าย จำเป็นต้องฟอกเลือด หรือทำการบำบัดทดแทนไตด้วยเครื่องไตเทียม ด้วยเหตุนี้ พยาบาลไตเทียมที่มีความรู้ความชำนาญการใช้เครื่องไตเทียมฟอกเลือดให้แก่ผู้ป่วย จึงมีความสำคัญอย่างมาก พยาบาลไตเทียมทุกคนที่ได้รับประกาศนียบัตรในวันนี้ ผ่านการฝึกฝนอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมาเป็นอย่างดี มีความรู้ความชำนาญเพียงพอ ที่จะไปปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้ายได้แล้ว ต่อจากนี้ขอให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ด้วยจิตเมตตา พร้อมกันนั้นก็ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานอยู่เสมอ ทั้งต้องช่วยให้กำลังใจและคำแนะนำเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วย ตลอดจนให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อจะได้รู้จักรักษาตนให้ปลอดพ้นจากโรคไต หรือโรคอื่น ๆ และมีสุขภาพแข็งแรงสามารถประกอบกิจการงานต่าง ๆ ได้"
จากนั้น ทรงประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี คณะกรรมการบริหารมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2569 ในรอบปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ช่วยเหลือ รักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ยากไร้ ด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในโครงการหน่วยไตเทียม มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย มี 3 แห่ง คือ ที่ตึกกัลยาณิวัฒนา โรงพยาบาลสงฆ์, (ศูนย์ไตเทียมกัลยาณิวัฒนา) โรงพยาบาลศิริราช และที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้านการผ่าตัดปลูกถ่ายไต สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้ 797 คน จัดสรรยากดภูมิต้านทานหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายไต แก่ผู้ป่วยยากไร้ รวมถึงสนับสนุนการศึกษาและการวิจัยเรื่องโรคไตและทางเดินปัสสาวะ ให้ทุนศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ จัดประชุมวิชาการ ทำวารสาร และผลิตรายการโทรทัศน์ เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน เรื่องโรคไตและทางเดินปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง
มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ตั้งขึ้นเมื่อปี 2521 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตทั่วประเทศ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การสนับสนุนองค์ความรู้ทางการแพทย์ และการพัฒนาระบบบริการด้านโรคไตของประเทศ ในปี 2530 มูลนิธิฯ ได้จัดตั้งหน่วยไตเทียมแห่งแรก ณ ตึกกัลยาณิวัฒนา ภายในโรงพยาบาลสงฆ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแก่ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง เพิ่มโอกาสในการรักษาที่มีคุณภาพค่าใช้จ่ายเหมาะสม ปัจจุบัน มูลนิธิฯ ยังคงดำเนินภารกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบริการฟอกไต สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษา จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากร และขยายเครือข่ายหน่วยไตเทียมไปยังโรงพยาบาลในภูมิภาคต่าง ๆ ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตที่ยากไร้ ได้ที่มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย โทร. 02-419-7187, 02-412-4090 หรือ www.kidneythai.org
เวลา 14.30 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน 2569 มีสำนักพิมพ์ร่วมออกร้านจำนวนมากกว่า 1,028 บูท
โอกาสนี้ พระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้มีอุปการคุณและผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 พร้อมทั้งมีพระราชดำรัสเปิดงานความโดยสรุปว่า "หนังสือเป็นสื่อสำคัญที่รวมสรรพวิทยาการทุกสาขาให้ทั้งความรู้ และความบันเทิงแก่ผู้อ่าน วิวัฒนาการของหนังสือมีมายาวนานตั้งแต่รูปแบบจารึกบนแผ่นหิน หนังสัตว์ ใบไม้ หรือวัสดุอื่น ๆ จนมาเป็นหนังสือเล่มที่อ่านสะดวกและพกพาเป็นเพื่อนร่วมทางไปได้ทุกที่ ในปัจจุบัน แม้จะมีสื่อดิจิทัลที่เกิดจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่รักการอ่านหนังสือเล่มที่จับต้องได้ การอ่านหนังสือดีทำให้เกิดปัญญา เกิดจินตนาการกว้างไกล หรือความคิดในทางสร้างสรรค์ จึงควรช่วยกันสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นในสังคมไทยด้วยการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปรักการอ่าน สามารถเข้าถึงหนังสือได้ไม่ยาก ได้อ่านหนังสือดีมีสาระ สะสมความรู้ไว้เป็นต้นทุนทางปัญญา ประชาชนที่มีความรู้ จะเป็นกำลังช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคมได้เป็นอย่างดี"
จากนั้น ทอดพระเนตรการจัดงานซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Legend" สื่อถึงตำนานไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีตแต่คือเรื่องจริงที่เดินทางข้ามกาลเวลากับแนวคิดการจัดงาน Read the Legend คือ การชวนนักอ่านมาร่วมแกะรอยตำนานหนังสือ และบุคคลผู้เปลี่ยนโลก สำรวจความอมตะที่เป็นรากฐานของปัจจุบัน พลิกหน้ากระดาษให้เปลี่ยนเป็นกระจกเงาสะท้อนให้เห็นว่าเหตุใดบรรดาเรื่องเล่าถึงไม่มีวันตาย และส่งผลอย่างไรต่ออนาคต นอกจากนี้ ภายในงานมีนิทรรศการน่าสนใจ อาทิ นิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2569, นิทรรศการแสงแห่งปัญญาในสมเด็จพระพันปีหลวง, นิทรรศการ Read the Legend : หนังสือต้องห้าม (ลืม), นิทรรศการวรรณกรรมแห่งชาติ, นิทรรศการเส้นทางวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า 25 ปี, นิทรรศการ Little Read Universe Alive จักรวาลตำนานมีชีวิต เป็นนิทรรศการที่ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสำหรับเด็กและครอบครัว ภายใต้แนวคิดว่า ตำนาน คือ รากฐานของจินตนาการที่ยังมีชีวิตอยู่ในตัวเด็กทุกคน