นายกฯแถลงมีแต่คำขอโทษ ปชน. ชูแผน 4 ข้อ สู้วิกฤตน้ำมัน

นายกฯแถลงมีแต่คำขอโทษ ปชน. ชูแผน 4 ข้อ สู้วิกฤตน้ำมัน

View icon 68
วันที่ 29 มี.ค. 2569 | 15.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปชน. ชูแผนสู้วิกฤตน้ำมัน บอกฟังนายกฯ แถลงมีแต่คำขอโทษ แต่ไม่มีแผนรับมือ แนะปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได อุดหนุนให้ ปชช.กระตุ้นให้ปรับตัวมากกว่าประหยัด จัดการปัญหาปุ๋ย มีมาตรการรับสงกรานต์

วันนี้ (29 มี.ค.69) นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอแผนรับมือวิกฤตน้ำมันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่  หลังจากที่วานนี้ (28 มี.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับผิดว่าปัญหาวิกฤตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันของรัฐบาลเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดหายไปคือ “แผนรับมือ” วิกฤตครั้งนี้ โดยแผนรับมือ “ฉบับพรรคประชาชน” แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่

1. ปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน รัฐบาลควรประกาศให้ชัดเจนว่าจะใช้หลักการใดในการปรับราคาน้ำมันในอนาคต ล้อไปกับตลาดโลกได้ แต่ต้องไม่กระชาก โดยใช้กองทุนน้ำมันประคองการทยอยขึ้นของราคา เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกแบบที่มีการขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร

นอกจากนี้ รัฐต้องเร่งใช้มาตรการที่มีในมือเพื่อลดต้นทุนในโครงสร้างราคาน้ำมันต่อ 1 ลิตร (ราคา ณ วันที่ 27 มี.ค. 69) โดยมีทางเลือกดังนี้ “ภาษีสรรพสามิต” ที่คิดเป็นต้นทุน 7.50 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 6.92 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว, “ภาษีเทศบาล” ที่คิดเป็นต้นทุน 0.75 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 0.69 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว, “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ที่คิดเป็นต้นทุน 2.92 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 2.45 บาทสำหรับดีเซลหมุนเร็ว รวมถึง “การเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน” ที่คิดเป็นต้นทุน 0.05 บาท

วีระยุทธ กล่าวว่า ต้องประเมินร่วมกับผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลด้วย เพื่อให้เพียงพอสำหรับปีงบประมาณ 2569 ท่ามกลางซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยที่ยังมีแนวโน้มชะลอตั นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเร่งรัดมาตรการป้องกันการกักตุน นอกจากกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องรายงานการขาย, ราคา, สต็อกทุกสิ้นวันแล้ว ยังต้องตรวจสอบเส้นทางการวิ่งรถขนส่งน้ำมันแบบ real time เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการรายงานและเส้นทางการขายน้ำมัน

2. มาตรการสนับสนุนเพื่อการปรับตัวของประชาชน แม้นายกฯ อนุทินจะยอมรับความผิดพลาดในการบริหารงาน แต่กลับเสนอให้ประชาชน “ประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร” แต่ไม่มีมาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชน ถ้าต้องการสนับสนุนให้คน “ใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มเขึ้น” ต้องออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น หาจุด “จอดแล้วจร” ที่เป็นของเอกชนให้เข้าร่วมโครงการ โดยรัฐช่วยสนับสนุนลดค่าจอดรถ ถ้าต้องการให้ประชาชน “Work from Home” มากขึ้น ต้องออกมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้า-ค่าอินเทอร์เน็ตสำหรับการทำงานที่บ้าน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่จัดระบบ Work from Home ให้กับพนักงาน

สำหรับเกษตรกร หากต้องลดการใช้น้ำมันวันละ 1 ลิตร ต้องมีโครงการรับแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้น้ำมัน เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องมีเครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์มาแลกแทน ส่วน SMEs ที่เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็ก หรือระบบขนส่งสินค้า หากกระทรวงพลังงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทำคูปองตรวจสอบการประหยัดพลังงาน รวมถึงเสนอแนวทางในการลดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องจักร การปรับกระบวนการผลิตใหม่ การเปลี่ยนเครื่องจักรบางประเภท พร้อมกับการมีสินเชื่อเพื่อการลงทุน แบบนี้ SMEs จำนวนมากคงประหยัดได้มาก และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ด้วย

3. มาตรการด้านปุ๋ยเคมี เสนอให้กระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาขายให้เกษตรกรรับทราบและสามารถตรวจสอบได้ว่าร้านไหนขายเกินราคา โดยรัฐบาลสามารถแจกคูปองส่วนลดให้เกษตรกรไปซื้อกันเอง เช่น คูปองลดราคาได้ไร่ละ 500 บาท  ไม่เกิน 10 ไร่/ราย ส่วนมาตรการระยะกลาง รัฐบาลควรแนะนำการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยสำหรับเกษตรกร เช่น มีบริการการตรวจวิเคราะห์ค่าดินแบบเร่งด่วนฟรี และคำนวณสัดส่วนปุ๋ยผสม/ปู๋ยสูตรสำเร็จด้วยตัวเองในสวนได้ นอกจากนี้ หากจะรัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพมากขึ้น

4. แนวทางเตรียมการในช่วงสงกรานต์ เนื่องจากเป็นเทศกาลสำคัญ ที่สร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 100,000 ล้านบาท รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชน เตรียมระบบขนส่งสาธารณะให้พร้อม เช่น การเพิ่มเที่ยว/ขบวนรถทัวร์ รถไฟ การดูแลความปลอดภัยและความสะดวกที่สถานีขนส่งและจุดบริการต่างๆ สร้างความมั่นใจในระบบการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงยังสถานีบริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสถานะของปริมาณน้ำมันในแต่ละสถานีที่สามารถตรวจแบบเรียลไทม์ได้ทั้งประเทศ

ยิ่งสถานการณ์โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รัฐบาลยิ่งจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนอย่างน้อยใน 4 ด้านข้างต้น เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน และสามารถวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์ได้อย่างราบรื่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง