ก.พาณิชย์ เผย เตรียมมาตรการดูแลราคาข้าวแกง นำ “ข้าวสาร -น้ำมันพืช-ไข่ไก่-น้ำตาลทราย” สนับสนุนร้านอาหารตามสั่ง-ข้าวแกง ชะลอการปรับขึ้นราคาขายไม่ให้สูงเกินควร
นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผย ว่า กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการเชิงรุกลดค่าครองชีพประชาชน ได้แก่ "โครงการไทยช่วยไทย" โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชั้นนำของประเทศในการนำสินค้าแบรนด์ทางเลือกคุณภาพดีกว่า 1,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 50 % เริ่ม Kick off อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายนนี้
และยังมี "โครงการธงฟ้า ราคาประหยัด" ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ เพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษให้ครบทุกจังหวัด กว่า 500 จุด ทั่วประเทศ และใช้รถโมบายธงฟ้าเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล และยังเตรียมมาตรการดูแลราคาข้าวแกง โดยนำวัตถุดิบสินค้าจำเป็นจากต้นทาง อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และน้ำตาลทราย สนับสนุนร้านอาหารตามสั่ง และร้านข้าวแกง เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาขายไม่ให้สูงเกินสมควร
ส่วนของปุ๋ย กรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรในจังหวัดอยุธยา ว่า มีร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมีรายใหญ่ขายปุ๋ยในราคาสูง จึงส่งเจ้าหน้าที่ ร่วมกับ บก.ปคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบมีการขายปุ๋ยในราคาสูง จึงเชิญผู้ประกอบการมาชี้แจง พร้อมตรวจสอบเอกสารต้นทุนการซื้อและราคาขายอย่างละเอียด และขยายการตรวจสอบไปยังร้านที่รับสินค้ามาก่อนหน้านี้ โดยอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบว่ามีการตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่หากพบการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 หรือผ่านช่องทางไลน์ @mr.DIT
นอกจากนี้ ส่วนการลดต้นทุนค่าปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์มีแผนจัดโครงการ"ธงเขียวพลัส"โดยจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่เกษตรกรที่มีบัตร ดินดี ของกรมพัฒนาที่ดินหรือผ่านมาตรฐาน GAP หรือ เป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาทสำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย โดยมีแผนดำเนินโครงการครอบคลุม 50 จังหวัด เริ่มที่จังหวัดกำแพงเพชร ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนก่อนจะขยายไปทั่วประเทศ ตั้งเป้ารวมทั้งสิ้น 1 ล้านกระสอบ พร้อมประสานผู้ผลิตปุ๋ยจำนวน 26 แห่งในการจำหน่ายปุ๋ยราคาพิเศษหน้าโรงงานโดยมีปริมาณรวมกว่า 10 ล้านกระสอบ
พร้อมทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดในการติดตามสถานการณ์การขนส่งสินค้าและนำเรือบรรทุกวัตถุดิบของไทยซึ่งติดค้างอยู่ในเส้นทางขนส่ง ออกจากช่องแคบฮอร์มุช พร้อมกับการแสวงหา ปุ๋ยแหล่งใหม่ ๆ เพื่อให้ประเทศไทยมีอย่างเพียงพอ