แม่เลี้ยง อายุ 26 ปี ทั้งตบ ทั้งต่อย ลูกเลี้ยง 3 คน อายุ 13 ปี 9 ขวบ และ 7 ขวบ ซ้ำจับหัวเด็กโขกกับโต๊ะ เพราะไม่พอใจที่เด็กๆ แช็ตคุยกับแม่เลี้ยงคนก่อน
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 "ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง" พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พมจ.ชลบุรี) ได้พา นางสาวหลิ่ว (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ เข้าทำการช่วยเหลือลูกสาว 3 คน อายุ 13 ปี , 9 ขวบ และ 7 ขวบ ที่ห้องแถวแห่งหนึ่งริมถนนสายเทพประสิทธิ์ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังแม่แท้ๆ ได้รับคลิปวิดีโอ จากแม่ค้า ในตลาด นาทีที่ลูกสาว ถูกแม่เลี้ยง ชื่อว่า นางสาวเอิร์น อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเมียใหม่ของพ่อ ทั้งตบ ทั้งต่อย จับหัวเด็กโขกกับโต๊ะ ต่อหน้าผู้คนมากมาย จนคนในตลาดทนไม่ไหว จึงแอบส่งคลิปวิดีโอ จากภาพกล้องวงจรปิดส่งไปให้แม่แท้ๆดู และเรียกร้องให้แม่หาวิธี มาพาลูกสาวทั้ง 3 คนไปดูแล เหตุเกิดเมื่อช่วง 21.43 น. ของเมื่อคืนวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยคนโต มีอาการปูดบวมที่บริเวณขอบตาด้านซ้าย ส่วนคนกลาง ยังอยู่ในอาการตกกลัว ผู้เป็นแม่แท้ๆ จึงพาไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อเอาผิดกับแม่เลี้ยงรายนี้
นางสาวหลิ่ว ผู้เป็นแม่แท้ๆ เปิดใจว่า พอเห็นคลิปดังกล่าว ก็รีบประสานงานไปยังมูลนิธิเป็นหนึ่ง เพื่อขอความช่วยเหลือ และยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ โดยก่อนหน้านี้ตนเองกับ นายอ๊อด พ่อของเด็ก เคยอยู่กินด้วยกันนานกว่า 15 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 3 คน ก่อนจะเลิกรากันไป เมื่อ 6 ปีก่อน โดยฝ่ายอดีตสามีไม่ยอมให้ตนเองเป็นคนเลี้ยงดูแลลูก ส่วนลูกๆ ก็ขออยู่กับทางพ่อ เพราะไม่อยากไม่ย้ายโรงเรียน และทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ซึ่งระหว่างที่แยกทางกันอยู่ ตนเองก็ติดต่อ กับลูกๆและส่งเสียค่าเลี้ยงดูตลอด ถึงขั้นเคยจะขอ เอาลูกทั้ง 3 คน ไปเลี้ยงดู ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอยืนยันว่าดำเนินคดีกับ เมียใหม่ของพ่อรายนี้ให้ถึงที่สุด
ขณะที่ นายอ๊อด อายุ 53 ปี พ่อของเด็ก พยายามอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้สื่อข่าวฟัง ยืนยันว่าเข้าข้างลูก รักลูก และไม่ชอบที่เมียใหม่ มาทำแบบนี้กับลูก ยอมรับว่าเมื่อคืนตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ พอเห็น เมียใหม่ที่คบหากันได้ประมาณ 1 ปี 5 เดือน กำลังลงมือทำร้ายลูกสาว ก็ตะโกนต่อว่าทันที แต่หลังจากนั้น เธอก็เดินหนีกลับมาที่ห้องแถว พอตัวเองกลับมาก็พบว่าเธอ ได้เก็บเสื้อผ้าแล้วออกจากห้องแถวไป ตนเองพยายามติดต่อ แต่เธอเอาแต่พูดว่า “หนูขอโทษที่ทำกับลูกไม่ดี” ซึ่งตนเองก็พยายามอ้อนวอน ให้เธอกลับมา เธอก็ไม่กลับ ถึงขั้นตนเองขู่ว่า จะแจ้งความดำเนินคดี แต่เธอก็เอาแต่พูดว่า “แม่ขอโทษที่ทำกับลูกแรงเกินไป” ส่วนปมเหตุ มาจากที่ เมียคนปัจจุบัน ไม่พอใจ ที่ลูกๆ ส่งข้อความไปหาแม่เลี้ยงคนเก่า โดยบอกว่า “พ่อคิดถึงแม่นะ พวกหนูก็คิดถึงแม่ พ่อกำลังตามหาแม่อยู่นะ” จึงทำให้เกิดความโมโห และลงมือตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ซึ่งหลังจากนี้ ตนเอง คงจะต้องเลิกกับ แม่เลี้ยงคนนี้ และ ปล่อยให้แม่แท้ๆ ของลูกดำเนินตามกฏหมาย
นางสาวกิ๊ก (นามสมมติ) อายุ 43 ปี แม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงผู้หญิงพูดจาเอะอะโวยวาย จึงหันไปมอง ก็เห็นนางสาวเอิร์น ซึ่งเป็นแม่เลี้ยง กำลังทำร้าย พี่คนโต กับ น้องคนกลาง โดยยืนยันว่าขณะเกิดเหตุผู้เป็นพ่อก็อยู่ในเหตุการณ์ และไม่มีท่าทีจะช่วยลูก จึงทำให้ตนเองรับไม่ได้ เพราะเด็กทั้งสามคน ตนก็เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ตนก็พาเด็กๆ มาอยู่ด้วยตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ ที่ผ่านมา เด็กๆ ชอบมาระบายให้ฟังว่า รู้สึกเก็บกด และ ไม่ชอบแม่เลี้ยงรายนี้ เนื่องจากถูกนางสาวเอิร์น ดุด่าและตีเป็นประจำ และไม่กล้านำเรื่องนี้ไปบอกพ่อ เพราะกลัวพ่อไม่สบายใจ จนกระทั่งเหตุการณ์ในวันนี้ ตนเองถือว่า แม่เลี้ยงจิตใจโหดเหี้ยมเกินไป และทำเด็กต่อหน้าผู้คนมากมาย เกินไปจึงตัดสินใจส่งคิดไปให้แม่แท้ๆ มารับตัวเด็กๆ ดูแล ถ้ายังอยู่แบบนี้ สภาพจิตใจน้องคงย่ำแย่มากๆ
ด้าน "ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง" เปิดเผยว่า มีชาวบ้าน แม่ค้าในตลาดหลายคน เห็นหลายครั้งว่าน.ส.เอิร์น ภรรยาคนล่าสุด มีการด่าทอหยาบคาย ส่งผลให้เด็กรู้สึกเก็บกด และกดดัน เด็กจึงมีการทักไปหาแม่เลี้ยงคนเก่า เพื่อระบายความกดดันต่างๆ พอ น.ส.เอิร์น เห็นแชทที่เด็กคุยกับแม่เลี้ยงคนเก่า จึงเกิดโมโหและลงมือทำร้ายเด็กๆ ตามคลิปวิดีโอ ท่ามกลางสายตาผู้คน และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ซึ่งไม่มีอาการเกรงกลัวหรือหวั่นเกรงใดๆ ว่าคุณกำลังทำรุนแรงกับเด็กๆ ซึ่งทาง นายอ๊อด ยืนยันว่า ได้เห็นเหตุการณ์และได้บอกห้าม น.ส.เอิร์น แต่ไม่หยุด แต่พยานแวดล้อมกลับบอกว่า นายอ๊อด ไม่ได้ห้ามปรามใดๆ
ทั้งนี้ มูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้ประสานงานกับ พมจ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือ ซึ่งทางด้านแม่ของเด็กๆ ยืนยันว่าที่รับตัวลูกๆ ทั้ง 3 คน ไปเลี้ยงดูเอง แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องพูดคุยกับลูกสาวคนโตก่อน ในการแนะนำเรื่องการย้ายที่อยู่ ย้ายโรงเรียน และสอบถามความสมัครใจ ซึ่งทางแม่ได้ยื่นเรื่องขอสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกมาตลอด