วัดนาป่าพง ชี้แจงปม "พระอาจารย์คึกฤทธิ์"

View icon 16
วันที่ 30 มี.ค. 2569 | 07.12 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตามคืบหน้าคดีวัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี หลังก่อนหน้านี้ บิ๊กเต่า เดินหน้าสอบกรณีเส้นเงินวัดนาป่าพง สั่ง พระอาจารย์คึกฤทธิ์ ชี้แจงภายใน 7 วัน หลังพบข้อสงสัยใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เมื่อวานนี้ ทางทนายความของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ชี้แจงว่า "พระอาจารย์คึกฤทธิ์" ไม่เคยถูกแจ้งข้อกล่าวหา คดีโอนเงินให้สีกาในประเทศเยอรมนี

นายนันทน อินทนนท์ ทนายความ วัดนาป่าพง ตั้งโต๊ะแถลงข่าว (ครั้งที่ 5) ภายในวัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี  ชี้แจงข้อกล่าวหาของ "พระอาจารย์คึกฤทธิ์" เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง  ถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินวัดผิดวัตถุประสงค์  เข้าข่ายยักยอกและฟอกเงิน 3 ประเด็นหลัก

เริ่มจากประเด็นแรกที่ถูกกล่าวหาว่านำเงินวัดโอนให้สีกาในประเทศเยอรมนี เดือนกันยายน 2568 ซึ่งก่อนหน้านี้ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ นำหลักฐานร้องตำรวจ บก.ปปป.

โดย ทนายความพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ชี้แจงว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินส่วนตัวของพระอาจารย์ที่ได้รับการบริจาคส่วนบุคคล ก่อนโอนเงินเข้ามูลนิธิพุทธวจนในต่างประเทศ

ปัจจุบันคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในคดีแพ่งของศาลในประเทศเยอรมนี โดยมีสีกาที่เป็นธุระจัดหา เกี่ยวกับการดำเนินก่อตั้งมูลนิธิฯ เป็นจำเลยในคดี และ มีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาเดือนเมษายนนี้ ยืนยันเงินส่วนใหญ่ยังอยู่ในบัญชีธนาคาร แต่ไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้เนื่องจากต้องรอคำพิพากษา

ส่วนเรื่องที่นำเงินในมูลนิธิฯ ไปลงทุนเทรดหุ้น ทนายความปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นการซื้อหน่วยลงทุน ผ่านผู้จัดการกองทุน

ต่อมา สีกาคนที่ถูกฟ้องศาลเยอรมนี จึงเข้าร้องทุกข์กับตำรวจ บก.ปปป. ให้ดำเนินคดี กระทั่งปัจจุบัน ตำรวจ ป.ป.ป. และ ป.ป.ช. ยังไม่มีคำสั่งว่าคดีมีมูลหรือไม่

และการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา มีการสอบพยานบางส่วน และไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ "พระอาจารย์คึกฤทธิ์"

ประเด็นที่ 2 กรณีเงินบริจาค ปี 2556-2559 ถูกตั้งข้อสังเกตว่านำเงินไปแจกเป็นค่าตอบแทน ให้คฤหัสถ์ที่ปฏิบัติงานให้วัด รวม 4 คน ซึ่งครอบคลุมค่าจ้าง, ค่าล่วงเวลา และสวัสดิการต่าง ๆ ในอัตราที่เพิ่มขึ้นทุกปี

โดยในปี 2556 ได้คนละ 28,000 บาทต่อเดือน ปี 2557 คนละ 30,000 บาทต่อเดือน ปี 2558 คนละ 40,000 บาทต่อเดือน และปี 2559 คนละ 41,666 บาทต่อเดือน ยืนยันไม่ใช่เงินจำนวนมาก หากเทียบกับภารกิจ

ส่วนประเด็นสุดท้าย เป็นเรื่องเงินบริจาค ช่วงปี 2566-2568 ถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้จ่ายและไม่มีไวยาวัจกร

ทนายความชี้แจงว่า บัญชีเงินฝากของวัดถูกเปิดใช้งาน ปี 2554 เวลานั้นกฎหมายยังไม่ได้กำหนดให้ต้องมีไวยาวัจกรร่วมอนุมัติการจ่ายเงิน และแนวทางปฏิบัติของวัดเป็นไปตามมติของมหาเถรสมาคมอย่างถูกต้อง

ทนายความ  "พระอาจารย์คึกฤทธิ์" ทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหาที่ถูกแจ้งอย่างชัดเจน แต่ทางวัดมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วน พร้อมชี้แจง และ สามารถตรวจสอบได้จากรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝากของวัดว่า มีรายรับจากการบริจาคเท่าใด และนำไปใช้ในกิจกรรมใดบ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง