“เอิร์ธ ธนารัตน์” แจงปมแฉข้อมูลรัฐรั่วไหล

View icon 10
วันที่ 7 ส.ค. 2569 | 07.33 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - จากกรณีที่เฟซบุ๊กของ “เอิร์ธ ธนารัตน์” โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนรั่วไหล โดยนำรูปและข้อมูลของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล มายืนยัน ล่าสุดเจ้าตัวส่งมอบข้อมูลให้ตำรวจไซเบอร์แล้ว

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ของไทย นำข้อมูลและพยานหลักฐานเข้าพบตำรวจ บก.สอท. 1 เพื่อคลายปมข้อมูลส่วนบุคคลของรัฐบาลรั่วไหล

โดยเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการพบข้อมูลรั่วไหล มาจากตอนที่ตนเองเข้าไปทำเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง และมีบุคคลนิรนามทักมาแจ้งเบาะแสว่า มีสมุดบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งขายในกลุ่มแอปพลิเคชันดิสคอร์ด

เมื่อตนเองตามเข้ากลุ่ม ก็พบว่ามีการเอาข้อมูลของหน่วยงานรัฐต่าง ๆ 20 หน่วยงาน และหน่วยงานเอกชน 3 บริษัทใหญ่ มาขายเป็นจำนวนมาก ที่ยืนยันแน่ชัดแล้วมี  3 หน่วยงาน คือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และหน่วยงานเอกชนอีก 2 แห่ง

สาเหตุหลักที่ทำให้รหัสผ่านของเจ้าหน้าที่รั่ว จนพวกแฮ็กเกอร์เอารหัสเข้าไปดูข้อมูลประชาชนได้ มักจะเริ่มต้นจากคอมพิวเตอร์เจ้าหน้าที่ติดไวรัส แล้วคนร้ายใช้บัญชีนั้นดึงข้อมูลออกมา ก่อนนำข้อมูลบุคคลสำคัญไปขาย ก่อนหน้านี้จะเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ตอนนี้ก็เป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล แม้ปัจจุบันหน่วยงานรัฐจะเปลี่ยนไปล็อกอินด้วย ThaiD แล้ว แต่ก็ยังมีรหัสผ่านที่ขายกันไม่น้อยกว่า 5% ที่ยังใช้งานได้อยู่

ส่วนที่ต้องโพสต์รูปนายอนุทิน และคณะ เพราะก่อนหน้านี้เคยแจ้งเตือนแล้ว ทั้งหน่วยงานต้นทางที่ทำข้อมูลรั่วไหล , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ตลอดจนคณะกรรมาธิการของกระทรวงดิจิทัลฯ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า พร้อมยืนยันไม่มีนัยทางการเมืองแอบแฝง และพร้อมถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว เพื่อแลกกับให้โครงสร้างระบบไซเบอร์ของประเทศได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง และบังคับใช้กฎหมาย PDPA อย่างจริงจัง

ด้าน พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เผยว่า ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลฯ และกรมการปกครอง เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าถึงระบบโดยมิชอบแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุตัวบุคคล

ตำรวจไซเบอร์จึงได้เชิญ นายธนารัตน์ มาสอบปากคำในฐานะพยาน โดยยังไม่มีการแจ้งข้อหา เนื่องจากจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบก่อนว่า ข้อมูลรั่วไหลได้อย่างไร และเรียกบุคคลที่เป็นเจ้าของ User ที่ทำให้เกิดการรั่วไหลมาสอบปากคำก่อน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือข้อมูลที่รั่วไหลออกมามักจะถูกแก๊งคอลเซนเตอร์นำไปใช้หลอกลวงประชาชน

ด้านนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เผยว่า ในการประชุม กมธ. วันที่ 13 สิงหาคมนี้ จะพิจารณาเรื่องการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

โดยจะเชิญอธิบดีกรมการปกครอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมให้ข้อมูล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง