เกษตรกรผู้เลี้ยงควายมีรอยยิ้ม เกษตรกรหันมาใช้มูลควาย เพื่อทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมี

เกษตรกรผู้เลี้ยงควายมีรอยยิ้ม เกษตรกรหันมาใช้มูลควาย เพื่อทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมี

View icon 41
วันที่ 30 มี.ค. 2569 | 07.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เกษตรกรผู้เลี้ยงควายมีรอยยิ้ม เกษตรกรหันมาใช้มูลควาย เพื่อทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมี หวังลดต้นทุน หลังปุ๋ยเคมี ได้รับผลกระทบต้นทุนจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จาก วิกฤตปุ๋ยเคมีราคาแพงและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น กลายเป็นโอกาสทองของเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย โดยความต้องการ "มูลควาย" เพื่อทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีเพิ่มสูงขึ้นมาก ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ เกษตรกร ชาวสวน ชาวนา และสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงควาย  จากการขายมูลควาย

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายบุญลับ  มาตรพล อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87  หมู่ที่ 4 บ้านป่าคา ต.บ้านพร้าว อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู ที่ได้เลี้ยงควายไว้ทั้งหมด 7 ตัว ได้บอกเล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าหลาย ๆ อย่างได้ขยับตัวตาม โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี ที่เกษตรกรจะต้องนำไปใส่ พืชผัก ผลไม้ พืชไร่ ข้าว  อ้อย ซึ่งช่วงนี้กำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก ทำให้มีเกษตรกรหลายรายได้ มีการสั่งซื้อปุ๋ยคอกที่เป็นมูลควายเข้ามา เพื่อลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะ เกษตรกรที่ทำการเพาะเห็ดฟาง เกษตรกรที่ปลูกพืชผัก ทำสวนผลไม้ ได้มีการสั่งซื้อและให้มีการตากมูลควายไว้ให้แห้งจะนำไปใส่พืชผักผลไม้ ทั้งพืชไร่ รวมทั้งเตรียมไว้ใส่ข้าวกล้าในฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึง

นอกจากนั้น นายบุญลับ มาตรพล ยังกล่าวอีกว่า ปีที่แล้วมีควายอยู่ 10 ตัว มี กลุ่มเกษตรกรมาสั่งซื้อมูลควายไป 100 กระสอบ  แต่ตอนนี้ได้ขายออกไปบ้าง เหลือเพียง 7 ตัว  ในหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน จำนวนเกษตรกรที่เลี้ยงควายในปัจจุบัน จะมีจำนวนลดลงมาก ไม่เหมือนในอดีตที่ผ่านมา วัว ควาย จะมีกันเกือบทุกบ้าน เต็มท้องทุ่งนา เป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน แต่ปัจจุบันด้วยหลายปัจจัย พืชอาหารสัตว์หายาก พื้นที่เลี้ยงสัตว์ไม่มี ทำให้ ปริมาณสัตว์เลี้ยง พวกนี้ลดลง   หลังจากที่น้ำมันขาดแคลนส่งผลกระทบให้ปุ๋ยเคมีราคาขยับตัวสูงขึ้น ทำให้มีเกษตรกร หลายรายได้มีการสั่งจองปุ๋ยคอกที่เป็นมูลควายเข้ามาแล้วหลายราย  ส่วนมากในพื้นที่จะมี ชาวบ้านเพาะเห็ดฟางกองเตี้ยกันเป็นจำนวนมาก จึงได้นำปุ๋ยคอกไปเป็นอาหารเสริม ผสมกับปุ๋ยเคมีให้กับเห็ดฟางที่เพาะลดต้นทุนจากการจะใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว ซึ่งจริงๆ แล้ว การใช้ปุ๋ยคอก เพื่อนำไปใช้ในไร่นาหรือใส่ในแปลงปลูกผัก ผลไม้ จะทำให้สภาพของดินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วยปรับปรุงบำรุงดินได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่สมัยก่อนที่จะมีปุ๋ยเคมีเข้ามา ตั้งแต่สมัยพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ก็ใช้มูลควายเป็นปุ๋ยให้กับข้าวกล้าในนาหรือพืชผัก ผลไม้ที่ปลูก การใช้ปุ๋ยเคมี ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และกระทบต่อกำไรในภาพรวม ทำให้เกษตรกรต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทน โดยเฉพาะ มูลควาย หรือปุ๋ยคอก ซึ่งยังพอหาได้ในท้องถิ่นแม้ว่าจะลดลงไปกว่าแต่เดิม และมีราคาถูกกว่าปุ๋ยเคมี  ทั้งนี้ มูลควายถือเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ช่วยบำรุงดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ และช่วยฟื้นฟูโครงสร้างดินในระยะยาว ส่งผลให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางเกษตรปลอดภัยและยั่งยืน เกษตรกรผู้เลี้ยงควายกล่าว

นอกจากนั้นตัวเองในนามเกษตรกรที่เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่น้ำมันราคาแพง ในการทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น รถไถนา เครื่องจักรกลทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรต่างได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในขณะนี้  อยากฝากไปถึง นายกรัฐมนตรีให้เร่งรีบแก้ไขปัญหา ในเรื่องของราคาน้ำมัน เพราะว่า ส่งผลกระทบกับ การทำการเกษตรของเกษตรกรเป็นอย่างมาก  

สำหรับในปีนี้ ถือว่าโอกาสดี ของเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย ที่มูลควายได้สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงควายได้เป็นอย่างดี และกำลัง เป็นที่ต้องการอย่างมากของกลุ่มเกษตรชาวสวนและชาวนา เพื่อใช้ปรับปรุงดินและลดค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยเคมี โดย มูลควายที่ขาย หากเป็น กระสอบหัวอาหารจะขาย 3 กระสอบ 100 บาท กระสอบปุ๋ยกระสอบละ 50 บาท เป็นราคาขายมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีการปรับราคา เพิ่มขึ้น และมีการจองคิวล่วงหน้าเขามา  ทำให้ตอนนี้ ต้องเริ่มเกลี่ยมูลควายที่เปียก ทับถมกันมาตากแดดให้แห้ง และทยอยกรอกใส่กระสอบปุ๋ย ไว้ให้กับเกษตรกรที่มีการสั่งเข้ามา เมื่อครบจำนวนถึงจะแจ้งให้มาเอา

นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า  สถานการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็นโอกาสของเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายมูลควาย โดยพบว่าปัจจุบันมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่ถึงขั้นมีการสั่งจองล่วงหน้า เพื่อนำไปใช้เป็นปุ๋ยในแปลงเกษตร  จากเดิมมูลควายแทบไม่มีมูลค่าทางการตลาด แต่ปัจจุบันสามารถขายได้ในราคาที่ดี และมีลูกค้าสนใจจำนวนมาก ถือเป็นรายได้เสริมที่ช่วยพยุงครอบครัวในช่วงที่ต้นทุนการดำเนินชีวิตสูงขึ้น  อย่างไรก็ตาม การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควรมีการจัดการอย่างเหมาะสม เช่น การหมักให้สมบูรณ์ก่อนนำไปใช้ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและเพิ่มประสิทธิภาพของธาตุอาหาร  หากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวน จึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของภาคเกษตรไทย ที่ต้องเร่งปรับตัวสู่การพึ่งพาทรัพยากรในท้องถิ่นมากขึ้น ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง