หน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ ถึงตะวันออกกลาง รวมมีทหารสหรัฐฯ กว่า 50,000 นาย ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง

หน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ ถึงตะวันออกกลาง รวมมีทหารสหรัฐฯ กว่า 50,000 นาย ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง

View icon 89
วันที่ 30 มี.ค. 2569 | 09.27 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษไปประจำการในตะวันออกกลาง ไปสมทบกับนาวิกโยธิน พลร่ม และทหารเรือ ที่เดินทางไปประจำการก่อนหน้า ซึ่งขณะนี้มีทหารอเมริกันกว่า 50,000 นาย ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง คาดเตรียมพร้อมบุกภาคพื้นดิน

วันนี้ (30 มี.ค. 69) สำนักข่าว เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารอเมริกัน 2 นาย เผยว่า กำลังพลหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ หลายร้อยนาย ได้เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว และได้ไปสมทบกับนาวิกโยธินและพลร่มอีกหลายพันนาย ซึ่งการส่งกำลังมาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีทางเลือกเพิ่มเติมในการขยายสงครามกับอิหร่านที่ดำเนินมานานกว่า 1 เดือน

โดยระบุว่า หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงหน่วยเรนเจอร์ของกองทัพบกและหน่วยซีลของกองทัพเรือ ยังไม่ได้รับมอบหมายภารกิจที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งพวกเขาอาจถูกส่งไปช่วยรักษาความปลอดภัยที่ช่องแคบฮอร์มุซ ที่ขณะนี้ถูกอิหร่านปิดกั้นอย่างเต็มรูปแบบ หรืออาจถูกส่งไปร่วมภารกิจยึดเกาะคาร์ก ศูนย์กลางน้ำมันของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียตอนเหนือ หรืออาจถูกใช้ในภารกิจที่มุ่งเป้าไปที่ “ยูเรเนียม” ที่โรงงานนิวเคลียร์อิสฟาฮาน ของอิหร่าน

หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ เหล่านี้ได้เข้าไปสมทบกับนาวิกโยธิน 2,500 นาย และทหารเรืออีก 2,500 นาย ที่เพิ่งเดินทางมาถึงตะวันออกกลาง โดยรวมแล้วขณะนี้มีทหารอเมริกันมากกว่า 50,000 นาย ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งมากกว่าปกติประมาณ 10,000 นาย ซึ่งขณะที่ “โดนัล ทรัมป์” กำลังพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในสงครามกับอิหร่านครั้งนี้

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันยังเผยว่า แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดว่านาวิกโยธินจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 31 จะได้รับมอบหมายภารกิจอะไร แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังพิจารณาว่าจะพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไร

โดยปกติแล้วจะมีทหารอเมริกันประมาณ 40,000 นาย ประจำการกระจายอยู่ตามฐานทัพและเรือรบต่าง ๆ ทั่วตะวันออกกลางทั้งในซาอุดีอาระเบีย, บาห์เรน, อิรัก, ซีเรีย, จอร์แดน, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต แต่เนื่องจาก “โดนัล ทรัมป์” ได้ยกระดับสงครามในอิหร่าน จำนวนทหารจึงเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50,000 นาย

ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้สั่งการให้พลร่มประมาณ 2,000 นาย จากกองพลทหารราบที่ 82 ของกองทัพบกสหรัฐฯ ไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเป็นทางเลือกทางทหารเพิ่มเติม
ซึ่งสถานที่ตั้งของทหารพลร่มนั้นยังไม่เป็นที่เปิดเผย แต่จะอยู่ในระยะโจมตีถึงอิหร่าน ซึ่งทหารพลร่มเหล่านี้อาจถูกใช้ในปฏิบัติการบุกเกาะคาร์ก ซึ่งก่อนหน้านี้เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดเป้าหมายทางทหารมากกว่า 90 แห่ง เมื่อต้นเดือนนี้ หรืออาจถูกส่งไปปฏิบัติการภาคพื้นดินอื่น ๆ ร่วมกับนาวิกโยธินก็ได้

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร เตือนว่า แม้แต่จะมีทหาร 50,000 นาย ซึ่งส่วนใหญ่ประจำการอยู่ในทะเล แต่ก็ยังน้อยเกินไปสำหรับการปฏิบัติการทางบกขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับอิสราเอลที่ใช้ทหารมากกว่า 300,000 นาย ในการปฏิบัติการในฉนวนกาซาที่เริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2566 และกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ที่บุกอิรักในปี 2546 ที่มีทหารเกือบ 250,000 นายในตอนเริ่มต้น ทั้งนี้ อิหร่านมีขนาดเกือบ 1 ใน 3 ของสหรัฐฯ มีประชากรประมาณ 93 ล้านคน การยึดครอง หรือแม้แต่การรักษาประเทศที่มีขนาด ความซับซ้อน และอาวุธยุทโธปกรณ์เช่นนี้ ด้วยทหาร 50,000 นาย อาจเป็นไปไม่ได้