พิษสงครามที่ยืดเยื้อนานร่วมเดือน ดันปุ๋ยเคมีทุกยี่ห้อปรับขึ้นราคาอีกกระสอบละ 50 บาท ทะลุกระสอบละ 1,100 บาท ผู้ประกอบการร้านขายปุ๋ยที่ จ.บุรีรัมย์ เผยแม้ยังไม่ถึงฤดูทำนา แต่มีเกษตรกรมาซื้อไปตุนไว้คนละ 5 – 10 กระสอบ หวั่นราคาพุ่งขึ้นอีกตามวิกฤตน้ำมันที่ลอยตัว
(30 มี.ค.69) ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายปุ๋ย และอุปกรณ์ทางการเกษตรแห่งหนึ่งในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมายอมรับว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งยืดเยื้อมานานร่วมเดือน ได้ส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยเคมี ทุกยี่ห้อมีการปรับขึ้นราคาอีกกระสอบละ 50 บาท
ขณะที่ปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นแม่ปุ๋ยก็ขาดตลาดไม่มีจำหน่ายเลย ซึ่งทุกปีเกษตรกร หรือชาวนา จะมาเลือกซื้อปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ในช่วงฤดูทำนา คือ ช่วงเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคม แต่หลังจากที่ราคาปุ๋ยเคมีปรับขึ้นอีกกระสอบละ 50 บาท ก็มีเกษตรกรหลายคนมาซื้อปุ๋ยเคมีไปตุนเอาไว้เฉลี่ยคนละ 5 – 10 กระสอบ เพราะเกรงว่าหากสงครามยังไม่สงบในเร็ววัน ประกอบกับน้ำมันยังราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะดันให้ปุ๋ยเคมีราคาแพงขึ้นอีกเช่นกัน จึงจำใจต้องมาซื้อไปไว้ เพราะหากรอถึงฤดูทำนาค่อยมาซื้อก็จะยิ่งเพิ่มต้นทุนขึ้นอีก
นางปราณี เจ้าของร้านจำหน่ายปุ๋ยและอุปกรณ์ทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอนางรอง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดสถานการณ์สงคราม ร้านค้าสามารถจำหน่ายสินค้าได้ตามปกติ แต่หลังจากเกิดวิกฤตดังกล่าว ทำให้ราคาปุ๋ยโดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยเคมีสูตรต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทางร้านจำเป็นต้องปรับราคาปุ๋ยขึ้นอีกกระสอบละ 50 บาท ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วนปุ๋ยยูเรียตอนนี้ขาดตลาดไม่มีขายเลย
ซึ่งหลังจากราคาปุ๋ยปรับขึ้น ก็มีเกษตรกรหลายคนมาซื้อปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ไปสำรองเอาไว้ แม้จะยังไม่ถึงฤดูนาก็ตาม เพราะเกรงหากไม่ซื้อตอนนี้แล้วปุ๋ยแพงขึ้นอีก ก็จะยิ่งกระทบกับต้นทุนการผลิต ส่วนกรณีที่ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นแม่ปุ๋ยขนาดตลาด ทางร้านได้แนะนำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ “ปุ๋ยสูตรเสมอ” แทนปุ๋ยยูเรีย เพราะสามารถใช้ได้ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต
ผู้ประกอบการ ยังฝากถึงภาครัฐให้เข้ามาช่วยดูแลและควบคุมราคาปุ๋ย รวมถึงพิจารณาลดราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนด้านการขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรในปัจจุบัน