“แอนโทนี แอลบานีส” นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ประกาศว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะลดภาษีจำหน่ายเชื้อเพลิงลงครึ่งหนึ่ง เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อรับมือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เริ่ม 1 เมษายนนี้
วันนี้ (30 มี.ค. 69) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า “แอนโทนี แอลบานีส” นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เผยกับผู้สื่อข่าวที่กรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงของออสเตรเลีย หลังพบปะผู้นำของรัฐและดินแดนต่าง ๆ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกปรับลดเป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันพุธ (1 เม.ย. 69) โดยโครงการริเริ่มนี้จะช่วยลดต้นทุนน้ำมันเบนซินและดีเซลลง 26.3 เซนต์ออสเตรเลีย (ประมาณ 5.88 บาท) ต่อลิตร ท่ามกลางราคาที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากวิกฤตน้ำมันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยข้อมูลล่าสุดจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งออสเตรเลีย (AIP) เผยว่า ราคาน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วเฉลี่ยทั่วประเทศแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 2.53 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 56.55 บาท) ต่อลิตร ในสัปดาห์สิ้นสุดวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 6.3% จาก 2.38 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 53 บาท) ในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 9.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน มาอยู่ที่ 3.1 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 69.31 บาท) ต่อลิตร
ทาง “แอนโทนี แอลบานีส” กล่าวว่า เราเข้าใจดีว่าชาวออสเตรเลียกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก พร้อมประกาศว่าค่าธรรมเนียมการใช้ถนน 32.4 เซนต์ออสเตรเลีย (ประมาณ 7.24 บาท) ต่อลิตรสำหรับน้ำมันดีเซลที่รถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้จะลดลงเหลือ 0 เป็นเวลา 3 ดือน เพื่อบรรเทาภาระให้กับอุตสาหกรรมรถบรรทุก
ด้าน “จิม ชาร์ลเมอร์ส” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของออสเตรเลีย กล่าวว่า ทั้งสองมาตรการนี้จะทำให้รัฐบาลออสเตรเลียสูญเสียรายได้ประมาณ 2.55 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท) และหากมองในทางเศรษฐกิจ ทุกฝ่ายต่างคาดหวังให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติลงโดยเร็ว และในระหว่างนี้รัฐบาลออสเตรเลียกำลังยื่นมือช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้อย่างมีความรับผิดชอบ
นอกจากมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ “แอนโทนี แอลบานีส” กล่าวอีกว่าผู้นำของรัฐและดินแดนต่าง ๆ ของออสเตรเลีย เห็นพ้องต่อแผนการระดับชาติ ซึ่งกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐในเรื่องความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง