ป.ป.ท. บุกจับปลัดอำเภอ รวบทั้งขบวนการ ทุจริตออกบัตรให้คนต่างด้าว

ป.ป.ท. บุกจับปลัดอำเภอ รวบทั้งขบวนการ ทุจริตออกบัตรให้คนต่างด้าว

View icon 730
วันที่ 31 มี.ค. 2569 | 10.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปฏิบัติการ "ตัดบัตรกรุงเก่า ป.ป.ท. บุกจับปลัดอำเภอ รวบทั้งขบวนการ 6 คน ทุจริตออกบัตรประจำตัวให้คนต่างด้าว ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ใช้บ้าน 3 หลัง รับโอนชื่อคนไม่มีสัญชาติ ได้บัตรปุ๊บย้ายชื่อออกจากบ้าน เจ้าบ้านได้เงินตอบแทนเป็นรายหัว

วันนี้ ( 31 มี.ค.69) เวลา 09.30 น. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำโดยนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยพันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.  เจ้าหน้าที่กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และ ปปท. เขต 1 บูรณาการร่วมกับนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. สำนักงาน ป.ป.ช. กรมการปกครอง และ DSI  เปิดปฏิบัติการ "ตัดบัตรกรุงเก่า" นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เข้าจับกุมผู้ต้องหาทุจริตออกบัตรประจำตัวให้แก่บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 6 คน 1) ปลัดอำเภอ อดีตหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตรฯ  2) ลูกจ้าง (ส.ย.) ฝ่ายทะเบียนและบัตรฯ และ 3) เจ้าบ้านและนายหน้า รวม 4 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50

สำหรับคดีนี้ ป.ป.ท. เขต 1 ได้รับเรื่องร้องเรียนแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีมีนายหน้านำพาบุคคลต่างด้าวย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย เป็นจำนวนมากผิดปกติ ปปท. เขต 1 จึงได้ประสานไปยังกรมการปกครอง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ปรากฏพบว่า ฝ่ายทะเบียนและบัตรที่ทำการปกครอง อ.วังน้อย ได้มีการออกบัตรประจำตัวบุคคล ที่ไม่มีสัญชาติไทยให้กับบุคคลต่างด้าวจริง ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี โดยตรวจพบว่าในช่วงเดือน ก.ค.-พ.ย.68 มีการแจ้งย้ายบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเขามาในทะเบียนบ้าน 3 หลัง โดยมีนายหน้าเข้ามาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของห้องทะเบียนของที่ทำการปกครอง อ.วังน้อย เพื่อพาบุคคลต่างด้าวมาดำเนินการดังกล่าว ซึ่งพบพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด ดังนี้

1. แจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านเป็นเท็จ โดยมีการยื่นคำร้องขอย้ายชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) ในพื้นที่ อ.วังน้อย เป็นจำนวนมากผิดปกติ โดยใช้บ้านเป้าหมายเพียง 3 หลัง ซึ่งคนต่างด้าวไม่ได้มาพักอาศัยอยู่จริง
2. พบการจัดทำบัตรประจำตัวฯ หลังจากดำเนินการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการยื่นคำร้องขอทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยในทันที
3. พบการแจ้งย้ายออก เมื่อได้รับบัตรประจำตัวฯ แล้ว จะมีการแจ้งย้ายชื่อคนต่างด้าว  ออกจากทะเบียนบ้านทันที หรือภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ซึ่งแสดงเจตนาว่าการย้ายเข้ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำบัตรฯ เท่านั้น
4. การให้ผลประโยชน์ตอบแทน เจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับการติดต่อจากปลัดอำเภอ หรือ ลูกจ้าง ส.ย. ของที่ว่าการ อ.วังน้อย ให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสารและจะได้รับเงินค่าตอบแทน 1,000 - 3,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 ราย


ทั้งนี้ การรับแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้าน นายทะเบียนต้องตรวจสอบว่า ผู้ย้ายได้เข้ามาอาศัยอยู่จริงโดยมีเจตนาเปลี่ยนภูมิลำเนา รวมทั้งความสัมพันธ์ของผู้ย้ายกับเจ้าบ้านหรือผู้อยู่ในบ้าน และหากเป็นการแจ้งย้ายผู้เยาว์ต้องตรวจสอบด้วยว่า เป็นการย้ายเข้าทะเบียนบ้านที่บิดามารดา หรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนาอยู่ด้วยหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า นายทะเบียนไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ

อีกทั้งการขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ตามข้อ 8 และข้อ 9 ของระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2562 ต้องยื่นคำขอ ณ สำนักทะเบียนที่ผู้นั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนประวัติ และถ้าเป็นการขอมีบัตรเป็นครั้งแรก ต้องเรียกและตรวจสอบหลักฐานที่บ่งบอกถึงรายการบุคคลของผู้ขอ ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนประวัติ และเอกสารที่ทางราชการออกให้ ซึ่งมีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตร ซึ่งหากไม่มีหลักฐานดังกล่าว นายทะเบียนต้องสอบสวนพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือแทน จำนวน 2 คน

ซึ่งจากการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงพบว่า นายทะเบียนไม่ได้มีการสอบถ้อยคำพยานเพื่อยืนยันตัวบุคคลผู้ขอมีบัตรและไม่พบเอกสารการสอบถ้อยคำ ทั้งในแฟ้มเก็บเอกสารและในฐานข้อมูลการทะเบียนแต่อย่างใด

ในชั้นนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง