ต้นทุนพุ่ง! ชาวนาบุรีรัมย์วอนรัฐพยุงราคาข้าวเปลือก ตันละ 15,000 บาท ให้อยู่รอด

ต้นทุนพุ่ง! ชาวนาบุรีรัมย์วอนรัฐพยุงราคาข้าวเปลือก ตันละ 15,000 บาท ให้อยู่รอด

View icon 27
วันที่ 31 มี.ค. 2569 | 15.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดีเซล-ปุ๋ยเคมี ปรับขึ้นราคา ชาวนาบุรีรัมย์กระทบหนัก วอนรัฐพยุงราคาข้าวเปลือก ตันละไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท ให้อยู่รอด

วันนี้ (31 มี.ค.69) ชาวนาในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังเผชิญวิกฤตต้นทุนการทำนาพุ่งสูงอย่างหนัก  จากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในหนึ่งเดือนราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าลิตรละ 10 บาท ขณะที่ราคาปุ๋ยเคมีทุกสูตรทุกยี่ห้อก็ปรับราคาสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ บางยี่ห้อแตะกระสอบละ 1,100 บาท ชาวนาหลายรายรู้ว่ามีโอกาสขาดทุน แต่ยังจำเป็นต้องทำนาต่อไป  เนื่องจากไม่มีอาชีพอื่นรองรับ และยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ อย่างน้อยยังมีข้าวเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน

นอกจากนี้ พื้นที่นาส่วนใหญ่ของจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นนาดอนที่ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ทำให้มีข้อจำกัดในการเพาะปลูก หากจะปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ก็ติดปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ ความรู้ในการเพาะปลูก รวมถึงตลาดรองรับผลผลิต

ชาวนาหลายรายสะท้อนตรงกันว่า สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือ “ยอมรับสภาพ” และรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเรียกร้องให้เร่งหามาตรการควบคุมราคาปุ๋ยและน้ำมัน  รวมถึงช่วยพยุงราคาข้าวเปลือกไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 บาท เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในภาวะต้นทุนที่พุ่งสูงเช่นนี้

นายทา  ชะดารัมย์ อายุ 65 ปี  ชาวนาบ้านตาดตรวน ต.ชุมเห็ด  อ.เมืองบุรีรัมย์ ยอมรับว่า หลังจากน้ำมันและปุ๋ยเคมีปรับขึ้นราคา ก็ส่งผลกระทบกับชาวนาอย่างแน่นอน ทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุนในการทำนาเพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังต้องเสียค่าเช่านาอีกไร่ละ 1,200 บาทต่อปีด้วย ซึ่งครอบครัวตนยังมีภาระหนี้สินจากการผ่อนรถไถนาอีกด้วย ก็อยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือชาวนา เพราะต้องรับภาระทั้งปุ๋ยและน้ำมันที่แพงขึ้น และอยากให้ดูแลเรื่องราคาผลผลิตด้วย ไม่ควรจะต่ำกว่าตันละ 15,000 บาท จึงจะอยู่รอด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง