วันนี้ (31 มี.ค. 69) จากกรณีน้ำมันในประเทศไทยได้มีการขยับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและล่าสุดเมื่อคืนวันที่ (30 มี.ค.69) ที่ผ่านมา ได้มีการปรับราคาน้ำมันทั้งทุกชนิด ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องใช้น้ำมันได้ผลกระทบอย่างหนัก
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เดินทางไปยังท่าเรือข้ามฟากของ จ.สมุทรปราการ คือ ท่าเรือพระสมุทรเจดีย์-ตลาดวิบูลย์ศรี ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามฝากหลักของ จ.สมุทรปราการ ที่มีมายาวนานกว่าหลาย 10 ปี เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างฝั่งตัวเมืองจ.สมุทรปราการ และฝั่ง อ.พระสมุทรเจดีย์ และใกล้เคียง
อีกทั้งยังลดระยะทางและเวลาการเดินทางลงเหลือแค่ 10 นาที หากน้ำไม่ลดลงต่ำ ก่อนที่จะมีเส้นทางการเดินทางเพิ่มขึ้นในระยะหลังคือ สะพานภูมิพลและสะพานกาญจนาภิเษก ที่สามารถขับรถข้ามไปได้แต่ระยะทางเพิ่มขึ้นและเส้นทางบางเส้นทางเสียค่าบริการ โดยท่าเรือข้ามฝากได้รับผลกระทบอย่างหนักในสถานการณ์น้ำมันขึ้นแต่ยังคงราคาค่าบริการคงเดิมไว้ก่อน
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางสาว อรทัย ผู้จักการท่าเรือพระสมุทรเจดีย์ ถึงปัญหาสถานการณ์น้ำมัน ณ ปัจจุบันว่า ทางท่าเรือข้ามฝากได้รับผลกระทบเยอะมาก อย่างแรกเรือวิ่งบริการประชาชนในแต่ละวันนั้นใช้น้ำมันเยอะประมาณ 400-500 ลิตรต่อวันและตอนนี้ในช่วงแรกเป็นการขาดน้ำมันน้ำมันไม่มีทางเราต้องวิ่งหาซื้อน้ำมันเอง
เพราะว่ารถน้ำมันที่เคยส่งให้ทางท่าเรือไม่ได้มาส่งให้เหมือนอีกเดิมแล้ว ต้องตะเวนหาน้ำมันเพื่อนำมาเติมเรือบางปั๊มยังพอมีให้แต่บางปั๊มมีไม่เพียงพออีกทั้งน้ำมันยังมาปรับราคาขึ้น
อีกทั้งผู้โดยสารที่มาใช้บริการมีจำนวนที่ลดลงแต่เรือยังคงให้บริการปกติจากเดิมที่เรือวิ่งเยอะจำเป็นต้องลดจำนวนลงเพื่อประหยัดน้ำมันกลัวไม่มีน้ำมันใช้และผู้โดยสารจะไม่ได้ข้ามฝั่ง หากจะปิดให้บริการตนคิดว่าไม่น่าได้ทางเราจำเป็นต้องขวนขวายหาน้ำมันมาบริการประชาชน
ในส่วนการจัดการการให้บริการประชาชนนั้นจากเดิมจะวิ่งบริการในช่วงเช้าจำนวน 5 ลำและช่วงบ่ายจำนวน 5 ลำรวม 10 ลำ ช่วงหลังมานี้ที่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำมันจะลดเหลือ ในช่วงเช้าจำนวน 4 ลำและช่วงบ่ายจำนวน 4 ลำ รวม 8 ลำ แต่ใน 4 ลำ
หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาวันที่ (30 มี.ค.69) สถานการณ์น้ำมันในประประเทศได้ปรับตัวขึ้นอีกโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.80 บาท เท่ากับปัจจุบันนี้นำมันดีเซลยังอยู่ในราคา 40.74 บาท ซึ่งมีผลกระทบกับการให้บริการเป็นอย่างมากจึงขอขยับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้นจากเดิมในราคาประชาชน 6 บาทเป็น 8 บาท ในส่วนนักเรียนและข้าราการในเครื่องแบบจากเดิม 3 บาทเป็น 4 บาท โดยเริ่มในเวลา 04.30 น.ของวันที่ (1 เม.ย.69) ซึ่งเป็นเรือเที่ยวแรกที่เปิดให้บริการ
ทางด้านผลกระทบกับผู้ใช้บริการเรือข้ามฟากนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.วันวิสา อายุ 44 ปี ผู้ที่ใช้บริการเรือข้ามฟากว่า ตนมาใช้บริการเรือข้ามฟากแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี โดยจะข้ามฝั่งอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพราะว่ามาทำงานในบริษัทย่านพระสมุทรเจดีย์แต่มีบ้านพักอยู่ฝั่งปากน้ำโดยเสียค่าโดยสาร 6 บาท
ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย. 69) ทางท่าเรือจะปรับขึ้นราคาค่าบริการจาก 6 บาทเป็น 8 บาทนั้น ตนเพิ่งทราบข่าวและมีผลกระทบกับการเดินทางด้วยเพราะว่าเราเป็นผู้โดยสารจึงไม่อยากให้ค่าเรือแพงขึ้นแต่เราเข้าใจกับเรื่องค่าน้ำมันที่แพงขึ้น
ทำให้ผู้ประกอบการมีผลกระทบและเราก็ยังมีผลกระทบอีกด้วย จึงอยากจะฝากให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านด้วย