ตีวงแคบ พิสูจน์ตัวคนวางยา “พฤหัสน้อย”

View icon 21
วันที่ 1 เม.ย. 2569 | 11.13 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - คืบหน้ากันต่อกับการติดตามหาตัวผู้ต้องสงสัย ใครเป็นคนวางยา "พฤหัสน้อย ส.สมหมาย" จนเป็นเหตุให้สู้ต่อไม่ไหวแพ้คู่แข่งไปในที่สุด จากการไล่ภาพกล้องวงจรปิด สรุปก็เหมือนจะรู้แล้วว่า ผู้ต้องสงสัย ที่เราวงกันไว้ก่อนหน้านี้ คือใครกันแน่

ดูกันอีกทีกับภาพวงจรปิดช่วงเวลา 06.06 น. หรือเวลาจริงประมาณ 05.00 น. ชายคนแรกที่เดินออกมาจากบริเวณที่พักของ นายศุภชัย สกุลวงค์ หรือ "พฤหัสน้อย ส.สมหมาย" นักมวยค่ายดัง ที่ตั้งข้อสงสัยว่า ตัวเองอาจถูกวางยา ก่อนขึ้นชกป้องกันแชมป์ในรายการสำคัญ ที่เดิมเราวงกลมชายคนนี้ไว้ ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะไม่ใช่คนของค่ายมวย และไม่ใช่พนักงานของโรงแรม

แต่หลังชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ลงพื้นที่ไปไล่ภาพวงจรปิดเพิ่มเติม สรุปได้แล้วว่าคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คือตัว "พฤหัสน้อย" เอง เหตุที่จดจำช่วงเวลานี้กันไม่ค่อยได้ เพราะเป็นช่วงเช้ามืด ตอนที่แต่ละคนเดินออกมาจากที่พัก ในม่านจะค่อนข้างมืด ทำให้จำรายละเอียดไม่ได้มาก ประกอบกับภาพวงจรปิดที่เอามาดูกัน เป็นภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์ และกล้องก็ไม่ได้บันทึกสีเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย กระทั่งได้มาเห็นภาพมุมนี้

และภาพต่อจากช่วงเวลานั้นก็ยิ่งยืนยันชัดเจน เพราะจะเห็นทั้งพฤหัสน้อย ตังค์ และ เนม เดินไปขึ้นรถกระบะ เพื่อไปวิ่งออกกำลังกาย ก่อนกลับมาพักฟื้นร่างกายที่โรงแรม

เมื่อภาพวงจรปิดไล่ออกมาได้แบบนี้ ก็ทำให้วงสืบสวนแคบลงมาระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ทั้งหมด ช่วงบ่ายวันนี้ตำรวจได้นัด "พฤหัสน้อย" มาซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อดูว่ายังมีใครอีกบ้างที่มีโอกาสตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นคนใกล้ตัว

มีคำใบ้หลาย ๆ อย่างที่ได้จากการมาออกในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" เมื่อวานนี้ ที่ช่วยให้เรารู้ข้อเท็จจริงมากขึ้น เริ่มจากคนที่ได้รับผลกระทบจากการวางยา ไม่ได้มีแค่ "พฤหัสน้อย" คนเดียว แต่ยังมี "ตังค์" นักมวยรุ่นน้อง และยังเป็นลูกชายเจ้าของค่ายมวยที่ได้ชงน้ำหวานให้กับ "พฤหัสน้อย" และชิมไป 2 อึก จนมีอาการปัสสาวะไม่หยุดไป 6 รอบ นี่จึงเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่า เครื่องดื่มในวันที่เกิดเรื่อง น่าจะมีปัญหา

นอกจากนี้ในการแข่งขันวันนั้น ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการทายผลการแข่งขัน ที่ผู้ทายผลเลือกฝั่งคู่ต่อสู้ของ "พฤหัสน้อย" อย่างผิดสังเกต รวมถึงที่มีกองเชียร์บางคนพูดว่า "นักมวยคนนี้ถูกวางยา"

คดีนี้ทั้ง "เสี่ยโบ๊ต" รวมถึง "สมจิต จงจอหอ" อดีตนักชกโอลิมปิกเหรียญทอง พูดและยอมรับเรื่องนี้เหมือนกัน คือ กีฬามวยไทย ยังหนีไม่พ้นเรื่องการพนัน และการเอาผิดกับคนที่เล่นตุกติกก็ยังทำได้ยาก เพราะกฎหมายที่มีอยู่ทุกวันนี้ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ จึงทำให้คนทำผิด ไม่กลัวกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง