ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เมื่อวานในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" เราเชิญ "พฤหัสน้อย ส.สมหมาย" คุณทาย เจ้าของค่ายมวย เสี่ยโบ๊ท โพรโมเตอร์มวยชื่อดัง และ สมจิต จงจอหอ นักชกเหรียญทอง มาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเล่ห์กลการล้มมวย แล้วมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีอยู่ 3 วิธี ตอนนี้เรากำลังมุ่งเป้าไปวิธีที่ 3 ตามหาคนร้ายที่วางยา "พฤหัสน้อย" ซึ่งวงก็เริ่มแคบลงมาบ้างแล้ว
มีคำใบ้หลาย ๆ อย่างที่ได้จากการมาออกในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" เมื่อวานนี้ ที่ช่วยให้เรารู้ข้อเท็จจริงมากขึ้น เริ่มจากคนที่ได้รับผลกระทบจากการวางยา ไม่ได้มีแค่ นายศุภชัย สกุลวงค์ หรือ "พฤหัสน้อย ส.สมหมาย" นักมวยค่ายดัง ที่ตั้งข้อสงสัยว่า ตัวเองอาจถูกวางยา ก่อนขึ้นชกป้องกันแชมป์ในรายการสำคัญ คนเดียว
แต่ยังมี "ตังค์" นักมวยรุ่นน้อง ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของค่ายมวย ที่ได้ชงน้ำหวานให้กับ "พฤหัสน้อย" และชิมไป 2 อึก จนมีอาการปัสสาวะไม่หยุดไป 6 รอบ ทำให้เราเชื่อว่า เครื่องดื่มในวันที่ดื่มไปวันนั้นน่าจะมีปัญหา
นอกจากนี้ในการแข่งขัน ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการทายผลการแข่งขัน ที่ผู้ทายผล เลือกฝั่งคู่ต่อสู้ของ "พฤหัสน้อย" อย่างผิดสังเกต รวมถึงที่มีกองเชียร์บางคน พูดว่า นักมวยคนนี้ ถูกวางยา
เมื่อทุกคนเห็นตรงกัน ว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับ "การวางยา" ตำรวจก็ให้น้ำหนักเรื่องนี้เหมือนกัน ไปรวบรวมภาพหลักฐานมาเพิ่ม จนตีวงแคบลงได้ เหตุเพราะจากภาพวงจรปิดภาพนี้ ที่เราไม่รู้ว่า ชายคนที่เดินออกมาจากบริเวณที่พักคนนี้คือใคร
ก็ไปเจอภาพวงจรปิดมุมนี้ สรุปแล้วไม่ใช่ใครที่ไหน คือตัว "พฤหัสน้อย" เอง เหตุที่จดจำช่วงเวลานี้กันไม่ค่อยได้ เพราะเป็นช่วงเช้ามืด ทุกคนเพิ่งตื่นนอน ตอนที่แต่ละคนเดินออกมาจากที่พัก ในม่านค่อนข้างมืด จึงจำรายละเอียดได้ไม่มาก ประกอบกับภาพวงจรปิดที่เอามาดูกัน เป็นภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์ และกล้องวงจรปิดมุมนั้น ก็ไม่ได้บันทึกสีเสื้อผ้า จึงเกิดความสับสน
กระทั่งได้มาเห็นภาพในมุมที่ 2 ต่อเนื่องกัน ยิ่งยืนยันชัดเจน ว่าทั้ง 3 คน ที่เดินออกมาจากที่พัก ก็คือ "พฤหัสน้อย" "ตังค์" และ "เนม" ที่ไปขึ้นรถกระบะ เพื่อไปวิ่งออกกำลังกาย ก่อนกลับมาพักฟื้นร่างกายที่โรงแรม และดื่มเครื่องดื่ม จนล้มป่วย
เมื่อไล่ภาพวงจรปิดได้ผลออกมาแบบนี้ ก็ทำให้วงสืบสวนแคบลงมาระดับหนึ่ง แต่ชุดสืบสวนก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ทั้งหมด ทำให้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตำรวจได้นัด "พฤหัสน้อย" มาซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อดูว่ายังมีใครอีกบ้าง ที่มีโอกาสตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นคนใกล้ตัว ที่มีพฤติกรรมแตกต่างไป