สนามข่าว 7 สี - มาติดตามเรื่องนี้ หลังเงียบหายไปเกือบ 1 เดือน กับเหตุการณ์ "พฤหัสน้อย ส.สมหมาย" นักมวยดาวรุ่งโดนวางยา ล่าสุดเจอหลักฐานใหม่ที่ชวนให้สงสัยกันอีกแล้ว ว่าเป็นไปได้แค่ไหน ถ้าจะมีการวางยาเกิดขึ้นที่จุดนี้
เป็นภาพวงจรปิดในห้องพักมวยของเวทีมวยชื่อดัง ช่วงประมาณเที่ยงของวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ "พฤหัสน้อย ส.สมหมาย" นักมวยที่ถูกวางยาในคดีนี้ ไปนั่งพักหลังผ่านการตรวจร่างกาย ซึ่งคนที่ไปวันนั้นก็จะมีพี่เลี้ยงนักมวย และทีมงาน ก่อนที่จะมีอยู่ 1 คน จะเปิดกระเป๋าหยิบเครื่องดื่มชูกำลังให้ พฤหัสน้อย ดื่ม จึงกลายเป็นประเด็นว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหน ที่การวางยาจะเกิดขึ้นที่จุดนี้
เหตุผลเพราะ "ยาขับปัสสาวะ" ออกฤทธิ์ในช่วงเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง บวกลบนิดหน่อย ครั้งสุดท้ายที่ทั้งหมดอยู่ที่โรงแรม คือช่วงประมาณ 8-9 โมง ถ้ายาจะออกฤทธิ์ ก็น่าจะออกฤทธิ์ช่วงนี้ ซึ่งก็จะทำให้ พฤหัสน้อย ปัสสาวะไม่หยุด และถ้ามาถึงจุดตรวจร่างกาย แล้วแพทย์พบความผิดปกติ ก็จะสั่งให้ยกเลิกการขึ้นชกทันที
ความเป็นไปได้ในการวางยา จึงควรเกิดขึ้นหลังได้รับการตรวจร่างกายไปแล้ว จึงทำให้มีการตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะจากกูรูวงการมวย และแพทย์ว่า โอกาสที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนอยู่ที่โรงแรม เป็นไปได้ยาก อีกทั้งยังมีคำให้การของหนึ่งในทีมงาน ที่ดูจะขัดแย้งกับภาพวงจรปิดนี้ด้วย
ซึ่งคนที่ นายอัจฉริยะ สงสัยก็คือ นายพงศกร หรือ "เนม" ซึ่งเป็นนักมวยรุ่นน้องที่อยู่ในค่ายเดียวกัน และเป็นคนที่อยู่ในภาพวงจรปิด ที่ไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง และป้อนให้กับ พฤหัสน้อย ในวันนั้น ก็ยอมรับว่าได้ไปซื้อมาจริงตามความต้องการของพฤหัสน้อย ซื้อมาทั้งหมด 4 ขวด ได้แบ่งให้คนในทีมหมด และตัวเองก็ยังดื่มขวดเดียวกับ พฤหัสน้อย ด้วย แต่ไม่เป็นอะไร ส่วนข้อสงสัยเรื่องที่ทำไมถึงไม่ได้ชกมวยเลย ก็เพราะตัวเองแขนหัก และเรื่องเล่นพนัน ก็ยอมรับว่าเล่นจริง แต่เล่นไม่มาก เพราะไม่มีเงิน
ส่วนตัว พฤหัสน้อย ที่ออกจากค่ายมวยแห่งนี้ กลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดสงขลาแล้ว ยอมรับว่าวันนั้นอยากดื่มเครื่องดื่มชูกำลังก่อนขึ้นชก จึงให้รุ่นน้องไปซื้อมา และเหตุที่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไปมา ก็เพราะจำรายละเอียดไม่ได้จริง ๆ
สำหรับความคืบหน้าทางคดี หลังตำรวจสอบปากคำพยานเพิ่มเติมเสร็จ ก็จะนำทั้งหมดไปไว้ในสำนวนคดีเดียวกัน โดยมีปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ ผลการตรวจของแพทย์ ที่พบว่ามีค่าไตสูง แต่ไม่ได้ลงความเห็นเรื่องที่พบสารปนเปื้อนในร่างกาย เหตุเพราะโรงพยาบาลไม่มีเครื่องมือที่มีศักยภาพเพียงพอในการตรวจ จึงอาจต้องมีการขยายผลตรวจสอบเรื่องนี้เพิ่มเติมต่อไป