ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจอยุธยา จับกุมเครือข่ายโจรกรรมรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ส่งขาย สปป.ลาว
เป็นภาพตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำกำลังบุกเข้าชาร์จจับกุมผู้ต้องหาที่นั่งในรถกระบะตู้ทึบที่จอดอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอเชียงรากน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะควบคุมตัวคนในรถได้ 2 คน คือ นายอธิพันธ์ หรือ เบนซ์ อายุ 26 ปี และเยาวชนชาย อายุ 16 ปี โดยที่ตู้ทึบด้านหลัง ยึดรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาจากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ 4 คัน
คดีนี้ตำรวจเริ่มสืบสวนตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังพบว่ารถจักรยานยนต์หลายคันในพื้นที่อำเภอบางปะอิน ถูกกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง
ครั้งสุดท้ายที่พบคือ วันที่ 29 มีนาคม รถจักรยานยนต์ 2 คัน ที่จอดไว้ที่ลานจอดรถหน้าหอพัก ตลาดประตูน้ำพระอินทร์ ถูกคนร้าย 2 คน เข้ามาโจรกรรมไป
หลังสืบสวนตำรวจไปจับกุมผู้ต้องหาคนแรกได้ คือ นายจิรพัส หรือ ตี๋ อายุ 26 ปี ยึดโทรศัพท์มือถือที่พบข้อมูลติดต่อกับเครือข่าย และหลักฐานการโอนเงินจากการขายรถจักรยานยนต์
ก่อนขยายผลไปจับกุมรถกระบะตู้ทึบ ขณะนำรถจักรยานยนต์ 4 คันที่โจรกรรมมาไปส่งให้เครือข่ายที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งไปขายที่ สปป.ลาว โดยรถจักรยานยนต์ 4 คันที่ยึดได้ พบว่าถูกโจรกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ
ก่อนขยายผลไปจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มอีก 1 คน คือ นายสุทัศน์ หรือ หล่อง อายุ 26 ปี ได้ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ขณะกำลังรื้อชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ยึดรถได้เพิ่มอีก 2 คัน ทำให้ทราบว่าเครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายใหญ่ ทำเป็นขบวนการ มีนายทุนใหญ่รับซื้ออยู่ที่ สปป.ลาว สั่งผ่านเครือข่ายคนไทยที่จังหวัดอุบลราชธานี ให้จัดหารถจักรยานยนต์ตามใบสั่ง หากนำไปขายที่ลาว จะมีราคาขายอยู่ที่คันละ 17,000-30,000 บาท
ที่น่าตกใจคือ ในแช็ตของกลุ่มผู้ต้องหา พบว่ามีการพูดคุยวางแผนก่อเหตุ เพื่อหาเงินไปใช้เที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ตำรวจยึดคืนมาได้ 6 คัน ได้ประสานคืนให้กับเจ้าของแล้ว