ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังจากที่ทีมแพทย์โรงพยาบาลอ่างทอง เปิดไทม์ไลน์ ทารกอายุ 5 วันเสียชีวิต จากภาวะเจ็บป่วยรุนแรง ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดเลี้ยงอาหารในห้องไอซียู
แต่พ่อและแม่ยังค้างคาใจ วันสุดท้ายที่โรงพยาบาลโทรเรียก พอพ่อแม่มาถึงพยาบาลไม่สนใจไยดี ทั้ง ๆ ที่ลูกอาการทรุด
แม่และพ่อของทารก เผยภายหลังได้รับฟังการแถลงข่าวของโรงพยาบาลแล้ว ยอมรับว่ายังข้องใจที่ทำไมโรงพยาบาลถึงโทรแจ้งอาการทรุดในวันสุดท้ายที่ลูกเสียชีวิต ทั้ง ๆ ที่ก่อนนั้น 1 วัน ยังมีความหวังว่าจะได้ย้ายไปรักษาต่อในอีกโรงพยาบาล
และในวันที่โทรแจ้ง แม่ไปถึงโรงพยาบาล ตอน 09.14 น. เวลานั้น ไม่มีพยาบาลไปดูลูกเลย ในอาการวิกฤต จนหมอเวรขึ้นมาถึงเข้าไปดู พร้อมยืนยัน แม่และพ่อไม่ได้ใส่ร้ายโรงพยาบาลและบุคลากร แต่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูก
ทีมข่าวที่จังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่ไปที่บ้านของพ่อและแม่ทารกน้อย วันนี้ แม่มีอาการป่วย ทั้งจากการตกเลือด และยังเศร้าสะเทือนใจจากเหตุการณ์ที่ต้องเสียลูกน้อยที่เพิ่งจะลืมตาดูโลก ยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสีย
พ่อของทารกน้อย ยอมรับว่า ไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของลูก ตามที่โรงพยาบาลอ่างทองได้แถลงข่าวว่ามาจากภาวะเจ็บป่วยรุนแรงตั้งแต่แรกเกิด แต่ต้องการให้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดตอนที่จัดเลี้ยงในห้องไอซียู ทำความจริงให้กระจ่างในประเด็นนี้
ส่วนเรื่องที่มีประเด็นดรามา ผู้บริหารโรงพยาบาลหัวเราะยิ้มออกมาขณะแถลงข่าว ถึงจะอ้างว่าเป็นระหว่างการตอบคำถามของนักข่าวว่าจะฟ้องกลับพ่อแม่หรือไม่ก็ตาม
กลางดึกเมื่อคืนนี้ โรงพยาบาลอ่างทอง ชี้แจงประเด็นดรามาว่าภาพนั้นเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการรับฟังคำถามจากผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นว่าโรงพยาบาลจะดำเนินคดีกับญาติผู้เสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่บุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้คาดหมายมาก่อน จึงเกิดปฏิกิริยาทางสีหน้าตามธรรมชาติในขณะตั้งใจรับฟังคำถาม โดยมิได้มีเจตนาแสดงความยินดี ล้อเลียน หรือขาดความเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวแต่อย่างใด
ยืนยันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเคารพต่อผู้ป่วย ญาติ ที่เข้ารับบริการทุกคน และไม่มีเจตนาที่จะสื่อสารหรือแสดงออกในลักษณะที่ไม่เหมาะสมหรือกระทบ ต่อความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนของข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ โรงพยาบาลอ่างทอง เน้นการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏโดยเร็วที่สุด อันจะนำไปสู่ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน