กรมอุทยานฯ ผนึกกำลัง บก.ปทส. ทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ จับผู้ต้องหาพร้อม "ค่างแว่นถิ่นใต้" อ้างรับซื้อมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ขายตัวละ 9 หมื่น โยงขบวนการชาวอินเดีย ขยายผลเจอเต่าซูคาต้า มาราปาตาโกเนีย คาปิบาร่า
วันนี้ (2 เม.ย.69) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงความสำเร็จในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า โดยนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า รายงานว่า นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผอ.ส่วนปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า ร่วมมือกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดย กก.5 บก.ปทส. เข้าดำเนินการจับกุมขบวนการลักลอบขายค่างแว่นถิ่นใต้
การดำเนินการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายลักลอบส่งออกสัตว์ป่าชาวอินเดีย เมื่อช่วงต้นปี 2567 และการจับกุมตัวการสำคัญที่เป็นหญิงชาวอินเดียเมื่อเดือน ก.พ.69 จนนำไปสู่การตรวจพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้าชาวไทย ซึ่งจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้ 2 คน พร้อมของกลางค่างแว่นถิ่นใต้ 1 ตัว จำหน่ายในราคา 9 หมื่นบาท และยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดในพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพฯ
จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรสงคราม เข้าขยายผลตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม พบสัตว์ป่าประเภทเต่าซูคาต้า 3 ตัว มาราปาตาโกเนีย 2 ตัว และคาปิบาร่า 6 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าควบคุมที่มิต้องแจ้งการครอบครอง และไม่พบสัตว์ที่ผิดกฎหมายเพิ่มเติม ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาได้รับซื้อค่างแว่นถิ่นใต้มาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเตรียมส่งต่อให้กับเครือข่าย
เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17 ฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 29 ฐานค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางและอุปกรณ์การกระทำผิด ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับค่างแว่นถิ่นใต้ของกลางได้ส่งมอบให้กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับไปดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป