บุกช่วยน้องหมา "เฟรนช์บูลด็อก" ย่านดอนเมือง ถูกขังลืมตากแดดจนขาอ่อนแรง หลังเจ้าของเมินคำเตือน เผยมีแผนเอากลับไปเลี้ยงที่บ้านต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์นี้
จากกรณีเสียงร้องขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดียและชาวบ้านในพื้นที่ย่านดอนเมือง ถึงชะตากรรมที่น่าเวทนาของสุนัขสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกตัวหนึ่ง ที่ถูกเลี้ยงแบบ "ขังลืม" ในกรงแคบชิดรั้วบ้านมานานนับปี จนสภาพร่างกายทรุดโทรม ขาอ่อนแรง และต้องทนหิวน้ำท่ามกลางอากาศร้อนจัด
ล่าสุดวันนี้ (2 เม.ย. 69) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ทางชมรมจิตอาสารักสัตว์ นำโดยอาจารย์กิติคุณ พลวัน และ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตดอนเมือง ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้งที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยวัดเวฬุวนาราม 17 เขตดอนเมือง กทม. แต่ไม่พบเจ้าของบ้าน พบเพียงสุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกขังไว้ในกรงเช่นเดิม โดยภายในกรุงมีถ้วยอาหารเม็ด แต่เหมือนจะเป็นอาหารเก่า และไม่มีน้ำไว้ให้ดื่มกิน เจ้าหน้าที่จึงนำน้ำมาเทให้สุนัขตัวดังกล่าวกิน และได้มีการปลดกรง เพื่อให้ได้ออกมากินน้ำได้
จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า สุนัขตัวดังกล่าวเป็นเพศเมีย อายุประมาณ 3 ปี โดยเจ้าของเป็นผู้ชาย เอาน้องมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก แล้วจากที่เห็นมาน้องไม่เคยได้รับอิสระให้ออกมาเดินเล่นภายนอกกรงแม้แต่นาทีเดียว ต้องใช้ชีวิตทั้งกิน นอน และขับถ่ายอยู่ในกรงที่จัดวางไว้ริมรั้ว ซึ่งเป็นจุดที่แดดส่องถึงตลอดช่วงบ่าย อีกทั้งเจ้าของยังปล่อยให้อดน้ำตลอดทั้งวันจนกว่าจะกลับจากทำงานในช่วงค่ำ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลที่ผ่านมา สุนัขต้องส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความหิวโหย สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าของไม่อยู่บ้าน และไม่ได้ให้น้ำและอาหารไว้เลย
อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปี 2568 อาจารย์กิติคุณ ประธานชมรมจิตอาสารักสัตว์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมตักเตือนเจ้าของให้ปรับปรุงการเลี้ยงดูตามกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขยังคงเหมือนเดิม มีการปล่อยออกมาเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะถูกนำไปขังลืมเช่นเดิม
อาจารย์ กิติคุณ ระบุว่า การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่แค่การให้อาหาร แต่คือการดูแลคุณภาพชีวิตตามธรรมชาติของเขา โดยเฉพาะสุนัขหน้าสั้นที่ทนความร้อนได้ต่ำ การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการทำร้ายสัตว์ทางอ้อมที่รุนแรง โดยครั้งนี้ทางชมรมฯและเจ้าหน้าที่เขตดอนเมืองได้มีการติดหนังสือแนะนำ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อขอให้เจ้าของสุนัขเข้าไปทำการชี้แจงและหาทางแก้ไขภายใน 7 วัน มิเช่นนั้นจะมีความผิดฐานจัดสวัสดิภาพสัตว์ไม่เหมาะสม ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้านเจ้าของสุนัขได้มีการเปิดใจชี้แจงกับทางอาจารย์ผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์ และยืนยันว่าตนไม่ได้มีการขังสุนัขไว้ในกรงตลอด เมื่อกลับมาบ้านหลังจากทำงานจะมีการปล่อยออกมาวิ่งเล่น โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์-อาทิต์ และจะให้ข้าวให้น้ำทุกวัน แต่ที่ไม่มีการปล่อยออกมาในขณะที่ตนไม่อยู่บ้าน ก็เพราะกลัวจะหลุดออกไปนอกบ้าน แล้วไปสร้างปัญหา ทำให้มีปัญหากับเพื่อนบ้านอีกได้ แต่หลังจากนี้ก็จะเข้าไปรายงานตัวที่สำนักงานเขตดอนเมือง และชี้แจงข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งมีแนวทางที่จำนำไปเลี้ยงที่บ้านที่ต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์นี้ต่อไป