กำชับเข้มหลังพบ คบเพลิง กลางป่าจอมทอง ยันเป็นการลอบวางเพลิง เตรียมขยายผลจับกุม

กำชับเข้มหลังพบ คบเพลิง กลางป่าจอมทอง ยันเป็นการลอบวางเพลิง เตรียมขยายผลจับกุม

View icon 16
วันที่ 2 เม.ย. 2569 | 16.37 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
​วันนี้ (2 เม.ย. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด ทั้งการระดมอากาศยานเข้าควบคุมไฟป่าที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเร่งลดผลกระทบฝุ่น PM2.5 ให้ประชาชน​ และกรณีการตรวจพบหลักฐานการลอบวางเพลิงที่ จ.เชียงใหม่

โดยได้สั่งการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังสูงสุด หลังได้รับรายงานการพบหลักฐานสำคัญเป็น "คบเพลิง" ในพื้นที่ป่าบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ชี้ชัดเป็นการเจตนาเผาป่า ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ

​นายอรรถพล​ เจริญพรรษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายสมนึก ท้าวผา ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการและควบคุมไฟป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ว่า​ เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันนี้ ชุดปฏิบัติการไฟป่าจากสถานีควบคุมไฟป่าจอมทอง จำนวน 12 นาย เข้าตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) จากระบบ VIIRS ในบริเวณป่าบ้านแปะ หมู่ที่ 4 ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง

​ภายหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงในเบื้องต้นได้สำเร็จ และทำการสำรวจโดยรอบเพื่อหาต้นตอของเพลิง เมื่อเวลา 09.23 น. บริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างบ้านห้วยทรายและบ้านแปะ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ "คบเพลิง" ประดิษฐ์เอง สภาพเพิ่งผ่านการใช้งานตกอยู่ในจุดต้นเพลิง

​"การพบหลักฐานครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า เหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นการตั้งใจวางเพลิงเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุเนื่องจากภูมิประเทศเอื้อต่อการหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดี" นายอรรถพล​ กล่าว

​นายอรรถพล​ กล่าวเพิ่มเติมว่า​ จากข้อสั่งการของนายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รมว.ทส. ดังกล่าว​ ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความถี่ในการเดินเท้าลาดตระเวนและหาข่าวเชิงลึกในพื้นที่เสี่ยงและจุดที่เกิดไฟไหม้ซ้ำซาก​ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกชุดปฏิบัติการให้ความสำคัญกับหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด​

รวมถึงให้เร่งประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน เพื่อช่วยสอดส่องและแจ้งเบาะแสบุคคลต้องสงสัยที่เข้าไปในเขตพื้นที่ป่า​ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นบุคคลมีพฤติกรรมสงสัยหรือพบการเผาป่า สามารถแจ้งสายด่วน 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง