เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ อ้างโรบอทเทรดคริปโต ลวงเหยื่อสูญเงิน 23 ล้าน

เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ อ้างโรบอทเทรดคริปโต ลวงเหยื่อสูญเงิน 23 ล้าน

View icon 20
วันที่ 30 เม.ย. 2569 | 17.51 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บุกทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ อ้างโรบอทเทรดคริปโต จากประเทศอังกฤษ เปิดบริษัททิพย์ขึ้นมาบังหน้า หลอกเหยื่อลงทุน สูญเงินกว่า 23 ล้านบาท

วันนี้ ( 30 เม.ย. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 คน คือ นายอนันต์กรณ์ อายุ 46 ปี และนางสาวกรกมล อายุ 39 ปี ข้อหา “ร่วมกันกันฉ้อโกงทรัพย์,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยจับกุมได้ที่ บริษัทแห่งหนึ่ง ที่จ.เชียงใหม่ พร้อมสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ , เอกสารสัญญาให้บริการหุ่นยนต์เทรดสกุลเงินดิจิทัล , คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ,โทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้ยังเข้าตรวจค้นบ้านพัก ในพื้นที่ จ.สุโขทัย ยึดของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร หนังสือแผนการลงทุน คู่มือการใช้งานระบบการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แบบ spot อัตโนมัติ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

ตรวจค้นจุดที่ 3 บริษัทแห่งหนึ่ง ใน จ.ฉะเชิงเทรา ยึดของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดินอาคารชุด หนังสือเดินทาง เอกสารเกี่ยวกับการชักชวนลงทุน และสัญญาเช่าบ้าน

สืบเนื่องจาก มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหา หลอกให้ร่วมลงทุนในระบบ "AI IOTA" ซึ่งอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Robot Trade) ในการเทรดคริปโตเคอร์เรนซี จากประเทศอังกฤษ โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อ ว่าสามารถสร้างกำไรได้ถึงร้อยละ 12 ต่อรอบการลงทุน (28 วัน) พร้อมทั้งรับประกันเงินต้น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหา มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการสร้างความน่าเชื่อถือ พาผู้เสียหายไปเยี่ยมชมสำนักงานที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงใหม่ แสดงพอร์ตการลงทุนปลอม ที่ระบุสถิติผลกำไร สลิปการโอนเงินของสมาชิกรายอื่นที่ไม่มีอยู่จริง เพื่อหลอกให้หลงเชื่อ

นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์ให้ผู้เสียหายสามารถเข้าสู่ระบบ เพื่อตรวจสอบยอดเงินลงทุน และผลกำไรปลอม ได้ด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับการใช้กลุ่มไลน์ในการติดต่อสื่อสาร และกระตุ้นให้เกิดการระดมทุนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการจัดทำสัญญาร่วมลงทุน สร้างความมั่นใจให้เหยื่อ  แต่ภายหลังเมื่อถึงกำหนดชำระผลตอบแทน กลุ่มผู้ต้องหากลับเริ่มบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงิน และมีการปิดบริษัท ลักลอบขนย้ายอุปกรณ์สำนักงานหลบหนีไป โดยพบมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงินกว่า 23 ล้านบาท

ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. จึงสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหารายสำคัญ และขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่, สุโขทัย และฉะเชิงเทรา สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางเอาไว้ได้ สอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว และตรวจยึดของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง