ปชช. เริ่มทำใจน้ำมันแพง จุกอก ! น้ำมันดีเซล ขึ้นราคา 2 วันติด

View icon 20
วันที่ 3 เม.ย. 2569 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ใกล้จะเป็นภาพชินตา คนไทยแห่เข้าปั๊มฯ เติมน้ำมันตอนกลางคืน หลังมีประกาศปรับขึ้นราคา 2 วันติดต่อกัน ล่าสุด น้ำมันดีเซล ฉุดไม่อยู่ ปรับขึ้นอีก 3 บาท 50 สตางค์ต่อลิตร เท่ากับว่า 2 วันนี้ น้ำมันดีเซลปรับขึ้นราคาแล้ว 7 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกใกล้แตะ 50 บาทแล้ว

หลังมีประกาศปรับราคาน้ำมันช่วงค่ำ ๆ ของเมื่อวาน (2 เม.ย.) คุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร ทีมข่าว 7HD รีบไปตระเวนสำรวจบรรยากาศปั๊มน้ำมัน ย่านถนนวิภาวดีฯ และดินแดง พบรถจอดต่อแถวล้นมาถึงหน้าปั๊มฯ แค่ช่วงหัวค่ำ ก่อนสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งแตกต่างจากคืนก่อน ที่ประชาชนแห่มาเติมน้ำมันกันแบบมืดฟ้ามัวดิน ท้ายแถวล้นออกนอกปั้มยาวหลายกิโลเมตร จากการสังเกตรถยนต์ส่วนใหญ่ที่มาเติม เป็นรถใช้น้ำมันดีเซล ส่วนรถใช้น้ำมันชนิดอื่น ๆ มีเข้ามาเติมบ้าง

ขณะที่ชาวพิษณุโลก แห่เติมน้ำมันให้เต็มถังก่อน 05.00 น. เพราะอย่างน้อยช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แม้จะเพียง 1 วันก็ตาม ทีมข่าวถามความรู้สึกประชาชน คิดเห็นอย่างไรกับราคาน้ำมันขณะนี้ ส่วนใหญ่บอกตอนนี้คาดการณ์วางแผนการค่าใช้จ่ายน้ำมันแทบจะไม่ได้เลย

ที่อุทัยธานี ไม่ใช่แค่ผู้มีรถยนต์เท่านั้นที่แห่มาเติมน้ำมัน ยังมีเกษตรกรขนแกลลอนเท่าที่จะหาได้ รีบมาซื้อน้ำมันก่อนปรับราคาใหม่

แต่ปรากฏว่าพอมาถึงปั๊มฯ เกษตรกรต่างผิดหวัง หลังพบป้ายประกาศห้ามเติมใส่แกลลอน เกษตรกรพยายามอ้อนวอนขอความเห็นใจจากพนักงาน แต่ได้รับอนุญาตให้เติมเฉพาะรถยนต์เท่านั้น ทำให้ต้องขนแกลอนเปล่ากลับบ้าน

ชาวนารายหนึ่งบอก ข้าวกำลังเขียวขจี ใกล้ถึงช่วงเก็บเกี่ยว จำเป็นต้องใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าหาน้ำมันไปเติมเครื่องสูบน้ำไม่ได้ ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อผลผลิตในช่วงโค้งสุดท้าย

ส่วนชาวบ้านในตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน พอรู้ข่าวน้ำมันขึ้นราคา แห่ขับรถมาเติมน้ำมันเต็มถัง บางคนขนถังขนาดใหญ่มาเติมหลายถัง พอสอบถามทราบว่าเป็นเจ้าของบริษัทปั้นจั่น ต้องใช้น้ำมันดีเซลอย่างน้อยวันละ 600 ลิตร จึงรีบมาเติมไว้ก่อน อย่างน้อยช่วยลดต้นทุนได้บ้าง 

เช่นเดียวกับเจ้าของรถแบ็กโฮ ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี นำถัง 200 ลิตร และแกลลอน 30 ลิตร มาซื้อน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนจากราคาน้ำมันที่ขึ้นไม่หยุด ซึ่งเขายอมรับว่า อนาคตอาจต้องคุยกับผู้ว่าจ้างเพื่อขอปรับราคา เพราะปัจจุบันค่าจ้างรถแบ็กโฮ อยู่ที่ชั่วโมงละ 1,000 บาท เริ่มจะเข้าเนื้อแล้ว

ราคาน้ำมันดีเซลวันนี้ 3 เมษายน 2569 ลิตรละ 47 บาท 74 สตางค์ ทุบสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ นับจากปี 2551 ในรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งตอนนั้นราคาขายปลีก ลิตรละ 44 บาท 24 สตางค์

อย่างไรก็ตาม ความผันผวนนี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะในไทย แม้แต่ประเทศอาเซียน น้ำมันก็ปรับขึ้นราคา เมื่อนำราคาขายปลีกมาเปรียบเทียบกัน พบราคาขายปลีกน้ำมันของไทยทั้งเบนซินและดีเซล ยังถูกกว่าหลายประเทศ

โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 43 บาท 25 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่ ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, เมียนมา, สปป.ลาว และสิงคโปร์ อยู่ที่ 52 บาท 22 สตางค์ ถึง 86 บาท 16 สตางต์ต่อลิตร

ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 44 บาท 24 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย, เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, ฟิลิปปินส์, เมียนมา และสิงคโปร์ อยู่ที่ 50 บาท 36 สตางค์ ถึง 107 บาท 20 สตางค์ต่อลิตร

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ คตร.

เมื่อวาน นายเอกนิติ ได้เรียกประชุมคณะกรรมฯ นัดแรก สั่งการด่วนให้กระทรวงพลังงาน จัดทำตัวเลขค่าการกลั่นใหม่ หลังพบตัวเลขค่ากลั่นปัจจุบันสูงเกินจริง โดยให้ตัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย เพื่อให้ค่าการกลั่นลดลง-สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบค่า War Premium (ต้นทุนความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง) ตามความเป็นจริง และต้องสรุปผลเสนอ ครม.ภายในวันที่ 6 เมษายน นี้ เพื่อพิจารณาลดค่าครองชีพประชาชนก่อนสงกรานต์

มีรายงาน คณะกรรมการชุดดังกล่าว จะมีการประชุมต่อเนื่องอีกครั้งในวันนี้ (3 เม.ย.) เพื่อติดตามความคืบหน้าของตัวเลขและข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน

ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอก 7 เมษายน นี้ จะเรียกประชุม กบง. เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันเร่งด่วน ยอมรับว่าราคาน้ำมันปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่ราคาหน้าปั๊มฯ อย่างเดียว แต่อยู่ที่ราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์แบบ 100 %

ล่าสุดพบค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นจากระดับปกติ 2-3 บาทต่อลิตร ขึ้นมาเฉลี่ย 7 บาทในเดือนมีนาคม และต้นเมษายน ดีดขึ้นไปเกือบ 14 บาทต่อลิตร ดังนั้นจะให้ กบง. ทบทวนสูตรราคาหน้าโรงกลั่น นำราคาน้ำมันดิบดูไบมาพิจารณาประกอบ และอาจมีการกำหนดเพดานค่าการกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมประมาณ 3-4 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง