สนามข่าว 7 สี - กรณีชาวกัมพูชาขนถ่าย-ซื้อน้ำมันดีเซลจากเรือติดธงชาติไทยกลางทะเล เรื่องนี้ก็ถึงหู "นายกฯ อนุทิน" แล้ว ไม่ถึงธรรมดา เพราะเดือดถึงขั้นซัดขบวนการลักลอบขายน้ำมันเป็น "คนเลว" แถมไม่ใช่แค่พูด ยังพยักหน้ารับ หลังสื่อถามเป็นพวก "ขายชาติ" ด้วย พร้อมสั่งตำรวจ และทหาร เร่งไล่ล่าจับกุม
นายกฯ ซัด "เลว" กลุ่มลักลอบขายน้ำมันให้กัมพูชา
นายกฯ อนุทิน ก็ไม่พูดเยอะ สั้น ๆ "เลว" หลังมีขบวนการลักลอบนำน้ำมันไปขายให้ชาวกัมพูชา พร้อมย้ำได้ตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคา และลักลอบนำน้ำมันออกไปขายให้ประเทศกัมพูชา ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงทั้งตำรวจ ทหาร และ ปปง. จะจับกุม ปราบปรามดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ที่เป็นภัยความมั่นคงของชาติ
นายกฯ ยังกล่าวถึงแนวทางการพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาท ด้วยว่า ขณะนี้เรื่องยังอยู่ระหว่างการนำเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยรัฐบาลจะหาทุกช่องทาง เพื่อลดภาระของประชาชน แต่ต้องดูวินัยทางการเงินการคลัง รายได้ของรัฐ และสวัสดิภาพค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งมีหลายองค์ประกอบนำมาพิจารณาร่วมด้วย
ส่วนที่มีข้อกล่าวหาว่า รัฐบาลอุ้มนายทุน นายกฯ ก็ขอยืนยัน ไม่มีทางจะเห็นใครดีกว่าประชาชน และยืนยันไม่มีใครในคณะรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้
นายกฯ ยังตอบประเด็นที่มีประชาชนตำหนิ ต่อว่า ด้วยว่า พร้อมรับฟังเพราะนายกรัฐมนตรี เป็นคนสาธารณะ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่อ่านแล้วไม่รู้สึกอะไรก็ไม่ได้หรอก แต่ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น
เมื่อถามว่า ได้ให้กำลังใจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ หรือไม่ หลังมีกระแสถึงขั้นไม่เติมน้ำมันปั๊ม PT นายอนุทิน บอกว่า ไม่ต้องให้กำลังใจหรอก ถ้าขอกำลังใจในการทำงานหน่อย ก็เปลี่ยนดีกว่า
อนุทิน-ยศชนัน-จุลพันธ์ ชื่นมื่น
เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.) "นายกฯ อนุทิน" พร้อมด้วย อาจารย์เชน และแกนนำเพื่อไทย ทานข้าวกันไปหารือกันไปกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา บรรยากาศดูแล้วเป็นกันเอง จนหลายฝ่ายมองแล้วน่าจะทำให้งานของรัฐบาลราบรื่น
เมื่อวาน "นายกฯ อนุทิน" เข้าทำเนียบฯ ตั้งแต่เช้าเพื่อประชุมงานต่าง ๆ และได้มีการนัดรับประทานอาหารกลางวันกับแกนนำเพื่อไทย ทั้ง คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ คุณยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ
โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ
โดย คุณยศชนัน ได้โบกมือทักทายสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งในตอนนั้นสื่อมวลชนคาดการณ์ว่า คงมีการพูดคุยถึงทิศทางการทำงานร่วมกันกับพรรคภูมิใจไทย รวมถึงรายละเอียดการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
จากนั้น นายกฯ อนุทิน และ รองนายกฯ ยศชนัน รวมถึง คุณจุลพันธ์ ลงมาให้สัมภาษณ์หลังพูดคุย และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีการพูดคุยกันในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งคู่ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้ง 2 พรรคเคยมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมา คิดว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ การทำงานจะเป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะคุ้นเคยกันมาก่อน
นายกฯ อนุทิน ยอมรับว่า รองนายกฯ ยศชนัน จะได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงกระทรวงต่าง ๆ ในสังกัดพรรคเพื่อไทย หน่วยงานต่าง ๆ ในสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า "สายตรงกันได้" ไม่ได้เจอกันเฉพาะวันอังคาร สามารถโทรศัพท์มาหาได้เลย
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเมนูอาหารเที่ยงว่า "มีเกาเหลาด้วยหรือไม่ ?" นายกฯ อนุทิน ได้หันไปคุยกับ รองนายกฯ ยศชนัน ก่อนบอกว่า เห็นหรือไม่ผมบอกแล้วว่าต้องมีการถามเมนู ก่อนตัดบท และส่ง รองนายกฯ ยศชนัน เดินทางกลับ
เมื่อวาน (2 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบฯ ได้มีโอกาสสอบถามนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องแนวทางการทำงานหลังเข้าร่วม "รัฐบาลอนุทิน 2" ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานด้านการเมืองครั้งแรก หลังเป็นข้าราชการประจำมายาวนานกว่า 30 ปี
โดย นายปกรณ์ บอกว่า ต้องการผลักดันงานด้านกฎหมายของประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องพาประเทศเดินไปข้างหน้า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองใด ๆ จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองใด ยอมรับว่าทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยเป็นมาก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธินายกรัฐมนตรี เตรียมแจ้ง ครม.ชุดใหม่ ถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรี และตรวจคัดกรองโควิด-19 ที่ตึกสันติไมตรี ในเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 6 เมษายน
ก่อนที่เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรี จะนำ ครม.ชุดใหม่ เดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ
จากนั้น นายกฯ จะเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ เพื่อขอมติรับรองร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เมษายน