เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจสั่งยึดรถหนุ่มเสื้อแดง พฤติการณ์สุดกร่าง หลังเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ล้ม ใช้อารมณ์เกรี้ยวกราด ด่าทอ ข่มขู่ คนแก่ ผู้หญิง และเด็ก ด้วยอาการหัวร้อน
สุดกร่าง ! หนุ่มหัวร้อนด่าผู้หญิง-เด็ก จ.เชียงใหม่
เป็นพฤติกรรมสุดกร่าง หนุ่มเสื้อแดงขับรถเก๋ง ข่มขู่ ด่าทอ หญิงอายุ 62 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ หลังเปลี่ยนเลนทำให้เกิดการเฉี่ยวกันกัน บนถนนชลประทาน ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา
ผู้ก่อเหตุเตะขวดน้ำ หยิบของตามพื้นขึ้นมาปาใส่คู่กรณี ถามว่าจะรับผิดชอบอย่างไร เด็กหญิงอายุ 4 ขวบ อยู่ในอาการหวาดกลัว แม่ต้องนำมือปิดหู นำลูกมากอดไว้ในอก
ผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการหัวร้อน แม้คู่กรณียกมือไหว้ขอโทษ ก็ไม่สนใจ พลเมืองดีช่วยห้ามปรามไม่เหตุเกิดความวุ่นวาย หลังผู้ก่อเหตุด่าจนหนำใจ ก็ขับรถออกไป
จุดเริ่มต้นมาจาก หญิงอายุ 62 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ขี่รถพาลูกจ้างไปรับลูกสาว อายุ 4 ขวบ กลับจากโรงเรียน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเปลี่ยนเลนกะทันหันเพื่อกลับรถ ไปเฉี่ยวชนรถเก๋งของผู้ก่อเหตุที่ขับมาด้วยความเร็ว รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม เมื่อคนขับลงมา ก็เกิดเหตุการณ์ตามในคลิป
ผู้บาดเจ็บ 3 คน ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หญิงคนขี่มีอาการทางกระดูก ที่ขา และหัวไหล่ ส่วนแม่-ลูกบาดเจ็บเล็กน้อย
เปิดพฤติการณ์หนุ่มหัวร้อนด่าผู้หญิง จ.เชียงใหม่
ไม่เพียงเท่านั้น โซเชียลได้มีการแชร์คลิปนี้ พร้อมเขียนข้อความ "ใครผิด ใครถูกไม่รู้ แต่ดูว่าพี่ผู้ชายจะเก่งเกินไปนิดหนึ่ง" หลังจากนั้นมีคนมาแฉพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุ สุดกร่าง เป็นภัยต่อเพื่อนร่วมถนน เพราะเคยขู่จะต่อยผู้หญิงมาแล้ว
ผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 สั่งการให้ สภ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าของท้องที่ ตามหาตัวผู้ก่อเหตุ แม้ว่าคู่กรณียังไม่ได้แจ้งความ เพราะถือเป็นบุคคลอันตราย ช่วงบ่ายผู้ก่อเหตุขับรถเก๋งสีดำเข้ามาพบตำรวจ เจอคณะทัวร์บุกเข้าไปประชิดตัว ต่อว่าผู้ก่อเหตุ เพราะรับไม่ได้กับพฤติการณ์เก่งกับผู้หญิง
หนุ่มอ้างหัวร้อนด่าคู่กรณี เพราะห่วงเด็ก จ.เชียงใหม่
ผู้ก่อเหตุ อายุ 36 ปี ให้การว่า วันเกิดเหตุขับรถมาตามปกติ ถึงจุดเกิดเหตุ ถูกคู่กรณีขี่รถจักรยานยนต์มาเบียด เมื่อตนเองลงไปดู จึงต่อว่าคนขี่ที่ประมาท สาเหตุที่หัวร้อนขนาดนั้น เพราะรู้สึกเป็นห่วงเด็ก ไม่มีเจตนาที่จะตะคอกเด็ก
ตำรวจตรวจปัสสาวะผู้ก่อเหตุ พบสารเสพติดมอร์ฟิน เบื้องต้นแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น, ข่มขู่ผู้อื่นให้ผู้อื่นตกใจกลัว ส่วนสารเสพติด ต้องรอผลยืนยันทางโรงพยาบาลว่าเป็นสารเสพติดต้องห้ามหรือไม่ เพื่อจะพิจารณาแจ้งข้อหาขับเสพฯ เพิ่มเติม
เบื้องต้นตำรวจอายัดรถเก๋ง เพื่อส่งศาลฯ พิจารณายึดรถเพื่อป้องกันไม่ให้ผ้ก่อเหตุ กลับไปสร้างความเดือดร้อนบนท้องถนนได้อีก พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชน หากเคยประสบเหตุลักษณะนี้ ขอให้มาแจ้งความ จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด