คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมลงมติแนวทางการปกป้องการขนส่งสินค้าทางทะเลบริเวณ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขณะที่จีนแสดงจุดยืนไม่ควรให้ความชอบธรรมแก่ปฏิบัติการทหารที่ไม่ได้รับอนุญาต
วันนี้ (3 เม.ย. 69) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมลงคะแนนร่างมติข้อเสนอเรื่องการปกป้องการขนส่งสินค้าทางทะเลทั้งในและรอบช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมี “บาห์เรน” เป็นผู้เสนอ โดยร่างมติดังกล่าวเสนอแนวทางที่จะอนุญาตให้ใช้ "มาตรการป้องกันที่จำเป็นทั้งหมด" เพื่อปกป้องการขนส่งสินค้าทางทะเลเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน จนกว่า UNSC จะตัดสินใจเป็นอย่างอื่น
ขณะที่ “หวัง อี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ซึ่งจีนเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกถาวรของ UNSC และมีสิทธิ์วีโต หรือสิทธิ์คัดค้าน แสดงจุดยืนระหว่างการหารือกับผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของคณะกรรมาธิการยุโรป ว่า UNSC ต้องไม่ให้ความชอบธรรมตามกฎหมายแก่ปฏิบัติการทางทหารที่ไม่ได้รับอนุญาต และไม่ควรยกระดับความตึงเครียดหรือความรุนแรงของความขัดแย้ง
โดย “หวังอี้” กล่าวว่าท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวายระหว่างประเทศในปัจจุบัน จีนและยุโรปมีความรับผิดชอบร่วมกันในการเสริมสร้างการติดต่อสื่อสารและการแลกเปลี่ยน รวมถึงยึดมั่นในระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลางและระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมชี้แจงจุดยืนตามหลักการของจีนว่าข้อริเริ่ม 5 จุด ซึ่งเสนอโดยจีนและปากีสถาน ได้สะท้อนฉันทามติสากลในวงกว้าง มีสาระสำคัญอย่างการยุติการสู้รบ การเริ่มต้นเจรจาสันติภาพโดยเร็วที่สุด การรักษาความปลอดภัยของเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหารและเส้นทางเดินเรือสินค้า และการคุ้มครองความสำคัญของกฎบัตรสหประชาชาติ
นอกจากนั้น “หวังอี้” กล่าวว่าการหยุดยิงและยุติการสู้รบเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของประชาคมระหว่างประเทศ และแนวทางขั้นพื้นฐานในการรับรองความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทุกฝ่ายควรสร้างข้อตกลงและเงื่อนไขอันจำเป็นต่อเป้าหมายนี้ ด้านการดำเนินการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติควรมุ่งลดความตึงเครียดและความรุนแรงของสถานการณ์ โดยจีนพร้อมรักษาการติดต่อสื่อสารและความร่วมมือกับฝ่ายยุโรป เพื่อส่งเสริมการยุติการสู้รบและฟื้นฟูสันติภาพในภูมิภาคโดยเร็ว